พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

ภูมิภาค
10:39
จำนวนผู้ชม 121
พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง
Botnoi Voice
คณะกรรมการสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) และเครือข่ายชาวสวนลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ สุดผิดหวัง หลังรัฐบาล "อนุทิน" เมิน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย

13 พ.ค.2569 คือ เส้นตายที่ รัฐบาล "อนุทิน" ต้องยืนยันนำ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย กลับเข้าสู่การพิจารณาตามกรอบรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน หลัง ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเมื่อปีก่อน แต่สุดท้าย ครม.ก็ไม่มีมติให้สานต่อ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย กฎหมายที่เป็นความหวังของชาวสวนลำไย จึงถูกปัดตก และ ไม่ได้ไปต่อ

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

คณะกรรมการสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) และเครือข่ายชาวสวนลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ จึงออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง หลังรัฐบาลเพิกเฉยไม่หยิบยก "ร่าง พ.ร.บ.ลำไย พ.ศ...." ขึ้นมาพิจารณาต่อตามกำหนดเส้นตาย 60 วัน หลังยุบสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 ชี้เป็น "ฝันร้าย" ที่บั่นทอนกำลังใจเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะ พ.ร.บ.ลำไย คือความหวังในการแก้ปัญหาโครงสร้างราคาตกต่ำที่ยืดเยื้อมานาน

ร่างกฎหมายที่เป็นเหมือนลมหายใจของพวกเรา ถูกปล่อยให้หยุดชะงักและเลือนหายไปในกลไกทางการเมือง

สอก. ตั้งคำถามถึงความจริงใจของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ว่าความเดือดร้อนของชาวสวนลำไยใน 33 จังหวัด มีค่าน้อยกว่าเกมการเมืองหรือไม่ และตำหนิพฤติกรรมที่อาจมองได้ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือหาเสียง แต่เมื่อได้อำนาจกลับละเลยทิ้งไว้บนกองทุกข์ของประชาชน

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ คณะกรรมการ สอก. ได้ทิ้งคำถามสำคัญไปยังพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวในอนาคตว่า จะเดินหน้าต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี หรือจะยอมจำนนปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตตามกรรม

เราไม่อยากเห็น พ.ร.บ.ลำไย ถูกหยิบมาปัดฝุ่น เพียงเพื่อเป็นอาวุธหาเสียง แต่พอได้อำนาจกลับวางทิ้งไว้... เกษตรกรรม ไม่ควรเท่ากับกรรมของเกษตรกรอีกต่อไป

สง่า มังคละ  เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร

สง่า มังคละ เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร

นายสง่า มังคละ เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร ให้ความเห็นว่า พ.ร.บ.ลำไย คือลมหายใจ ของชาวสวนลำไย 2.5 แสนครอบครัว ใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 1.5 ล้านไร่ ผลผลิตปีละ 1,200,000 กว่าตัน ทำรายได้เข้าประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท การที่กฎหมายถูกปัดตก ทำให้ผู้นำเกษตรกร 122 สภาอาชีพ ต้องกลับไป "รับกรรม" เหมือน 10 กว่าปีที่ผ่านมา อย่างไร้แสงสว่าง และหมดศรัทธาในระบบราชการและนักการเมืองอย่างสิ้นเชิง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร เปิดเผยว่า ชาวสวนลำไยต่อสู้เพื่อกฎหมายฉบับนี้ มากว่า 7 ปี โดยสภาอาชีพเกษตรกรผลักดันกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2562 แกนนำควักเงินทุนตัวเองและอุทิศเวลาเดินทางเข้าสภาฯ นับครั้งไม่ถ้วน ยื่นหนังสือตั้งแต่นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐมนตรี จนถึงนายกรัฐมนตรี จนร่างกฎหมายได้เข้าสู่การพิจารณาในสภาเป็นเวลา 1 ปี กับ 22 วัน แต่สุดท้ายก็แท้งเพราะการยุบสภา

การจะให้นับหนึ่งใหม่ โดยการล่ารายชื่อประชาชน 10,000 ชื่อ เป็นไปได้ยากมาก เพราะชาวบ้านหมดกำลังใจแล้ว ส่วนกรณีที่ สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะรวมตัวยื่นร่างกฎหมายใหม่อีกครั้ง คงเป็นแค่การหลอกหลอน หรือ หลอกล่อทางการเมืองเหมือนที่เคยเจอมาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร ยังแสดงความกังวลคือสถานการณ์ผลผลิตลำไยในปี 2569 ที่จะออกสู่ตลาดในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ คาดว่า จะเหลือปริมาณไม่ถึงร้อยละ 40 เนื่องจากปีที่ผ่านมาฝนตกชุก อากาศหนาว และดินชื้น เมื่อเกษตรกรใส่สารเร่ง กลับกลายเป็นแตกใบอ่อนแทนที่จะออกดอก ส่งผลให้ผลผลิตน้อยลงอย่างมาก และยังต้องเผชิญกับวิกฤตต้นทุนปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว จากกระสอบละ 350 บาท กลายเป็นพันกว่าบาท ต้นทุนการผลิตลำไยคุณภาพ จึงไม่ใช่กิโลกรัมละ 26 บาทแล้ว หากปีนี้รัฐบาลไม่เข้ามาดูแล เกษตรกรอาจถูกล้งกดราคาจนขาดทุนย่อยยับ

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร ระบุอีกว่า ลำไยช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาแล้ว 109 ปี แต่ยังไร้กฎหมายคุม ขณะที่ พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ลำไย จะสร้างกลไกการบริหารจัดการ ผ่าน "คณะกรรมการยุทธศาสตร์ลำไย" จำนวน 21 ท่าน ที่มีสัดส่วนจากชาวสวน ล้ง นักวิชาการ และภาครัฐ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตั้งแต่ระบบฐานราก ดิน-น้ำ-ความรู้ และแก้ไขโครงสร้างการตลาดที่ปัจจุบันพึ่งพาประเทศจีนเพียงแห่งเดียว

รวมถึงการผลักดันลำไยเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม แปรรูป/อบแห้ง ให้ได้ 50% ของผลผลิตทั้งหมด เพื่อยกระดับราคาลำไยสด พร้อมทั้งนำงานวิจัยลำไยกว่า 200 ชิ้นที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มาใช้ประโยชน์ และสร้างโรงเก็บรักษาคุณภาพเพื่อชะลอการขายในช่วงล้นตลาด ตลอดจนการประกันราคาที่บวกกำไรให้เกษตรกร 20-30% เช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่น

ปัญหาลำไย หากไม่ได้รับการแก้ไขครบวงจร ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เนื่องจากปัจจุบันเยาวชนคนรุ่นใหม่ ปฏิเสธที่จะสานต่ออาชีพทำสวนลำไย เพราะเห็นพ่อแม่ทำแล้วขาดทุนทุกปี และกดดันให้พ่อแม่ขายที่ดินมรดก

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

พ.ร.บ.ลำไย ถูกปัดตกชาวสวนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล นักการเมือง

การขายสวน มันง่าย แต่จะเหลืออะไรให้ลูกหลาน เราอยากให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ใช่เด็ก รุ่นใหม่หนีไปแย่งงานทำในเมืองหลวง ปล่อยให้คนแก่เฒ่าอยู่เฝ้าบ้านลำพัง จนบ้านนอกกลายเป็นบ้านร้าง สิ่งเหล่านี้จะแก้ไขได้ถ้ารัฐบาลตั้งใจจริง ไม่ใช่ทำเพื่อแค่หาเสียง พอได้ตำแหน่งแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไป

วินัย ศรีเรือง  ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่

วินัย ศรีเรือง ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่

นายวินัย ศรีเรือง ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ มองว่า ผลผลิตลำไยที่จะออกสู่ตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จะมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน แต่ชาวสวนยังต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย ฮอร์โมน และยากำจัดศัตรูพืชที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด รวมถึงค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นทุนสูง แต่ผลผลิตน้อย จึงยังไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ว่า ปีนี้จะประสบภาวะขาดทุนหรือไม่ โดยขณะนี้ทำได้เพียงเฝ้ารอดูท่าทีและนโยบายจากรัฐบาลต่อไป

ราคาลำไยในปี 2569 นี้ จะขึ้นอยู่กับผู้รับซื้อหรือผู้ประกอบการ "ล้ง" เป็นหลัก เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไม่มีอำนาจและไม่สามารถกำหนดราคาขายเองได้เลย พ.ร.บ.ลำไย น่าจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนของเกษตรกร เมื่อรัฐบาลเป็นตัวแทนของประชาชน กลับไม่ดำเนินกระบวนการให้ถึงที่สุด แล้วชาวบ้านจะคาดหวังอะไรได้อีก ชาวบ้านหลายรายเริ่มตัดสินใจ "ล้มต้นลำไย" แล้วตัดเอาเนื้อไม้ไปขายเป็นฟืนแทน เพื่อเตรียมหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน และเลือกที่จะไม่บำรุงรักษาต้นลำไยอีกต่อไป

แสวง แดงคำดี  ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่

แสวง แดงคำดี ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่

นายแสวง แดงคำดี ชาวสวนลำไยอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ ระบุว่า เกษตรกรผู้ปลูกลำไยทั้งประเทศใน 33 จังหวัด ต่างตั้งความหวังไว้กับรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียง มีนักการเมืองจากพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันได้ร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย ลงพื้นที่มาหาเสียง และรับปากกับพี่น้องเกษตรกรอย่างดิบดี พูดให้กำลังใจว่า จะช่วยผลักดัน พ.ร.บ.ลำไย ฉบับนี้ต่ออย่างแน่นอน 100% พร้อมสัญญาว่า จะช่วยส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้ และให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของเกษตรกร แต่พอได้เป็นรัฐบาลกลับ "ไม่เห็นหัว" เกษตรกรผู้ปลูกลำไยเลย

พ.ร.บ.ลำไย คือหลักประกันภัย และเป็นกันชนเดียว ที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงให้เกษตรกร หากรัฐบาลยังคงปล่อยปละละเลยและไม่มีกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ เกษตรกรจะยิ่งจมกองหนี้สิน ตกอยู่ในความยากจน และในที่สุดอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่มีคนคิดสั้นแขวนคอตายเพิ่มขึ้นก็เป็นได้

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

อ่านข่าว :

"ศุภมาส" แจงไม่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ชี้ ราคาแพง-ไม่คุ้ม

สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก

รวบ อส.สำรอง คนขับกระบะพาพวกปล้นตู้เซฟเงินแสน แรงงานเมียนมา จ.ชุมพร

วันสุดท้าย! เชียงใหม่ชวนสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในไทย "ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล"