เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ปกครอง และส่วนราชการท้องถิ่นลงพื้นที่ และประชุมร่วมติดตามสถานการณ์ความก้าวหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ลงพื้นที่ดูแนวทางป้องกันน้ำท่วมแม่สาย 3 จุด
จุดแรกบริเวณพนังหัวฝาย เป็นจุดที่แม่น้ำสายไหลเข้าประเทศไทยและเป็นจุดน้ำปะทะแรกบริเวณพนังป้องกันน้ำท่วมแม่สาย จุดนี้ตัวแทนกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมการทหารช่าง พร้อมด้วย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ได้บรรยายแนวพนังจุดนี้มีการก่อสร้างพนังคอนกรีตยาว 300 เมตร ป้องกันน้ำท่วม ปี 2568 และมีร่องรอยน้ำปะทะได้รับความเสียหาย ต้องสร้างกล่องเกเบียนอีกชั้นป้องกัน เนื่องจากพนังสูงเพียง 3 เมตร ประกอบกับฝั่งเมียนมาได้ก่อสร้างพนังถาวรสูงมากกว่า 6 เมตร ล่าสุดกรมการทหารช่างได้เสริมแนวพนังบิ๊กแบ็คสูง 2 เมตร เพื่อป้องกันน้ำที่อาจล้นคัน
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ต่อจากนั้น สทนช.และคณะ ได้เดินทางบริเวณสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1 ได้ดูบริเวณสะพานฯที่ยังพื้นต่ำ เสี่ยงหากมีน้ำไหลหลากพัดนำเศษไม้มาติดสะพาน ประกอบกับพนังที่สูงตลอดแนวกว่า 1 กม.อาจทำให้น้ำเท้อและยกระดับกระทบพื้นที่เหนือขึ้นไปบริเวณหัวฝาย-ตลาดสายลมจอย อาจเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม
ขณะเดียวกันได้ดูบริเวณหลังสะพานมิตรฯ แห่งที่ 1 จุดนี้มีอาคารก่อสร้างรุกล้ำกลางแม่น้ำสาย ซึ่งอยู่ในแผนจังหวัดเชียงราย โดยกระทรวงมหาดไทย ขออนุมัติงบประมาณ 39 ล้านบาท รื้อถอนจำนวน 14 อาคาร แต่เนื่องจากติดเงื่อนไขกรมธนารักษ์ ระหว่างรออนุมัติทำให้รื้ออาคารไม่ทันปีนี้ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคขวางทางน้ำ
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ระหว่างลงพื้นที่ถึงการทำพนังระหว่างไทย-เมียนมา ถึงการทำพนังกลางแม่น้ำเป็นความเสี่ยงทั้งสองฝั่ง พนังปกติต้องทำบนตลิ่งแต่วันนี้ทำบนกลางแม่น้ำ จะกลายเป็นซองน้ำโดยฝั่งเมียนมาทำสูงนับเป็นความเสี่ยงทั้งสองฝั่ง
รศ.ชูโชค มองฉากทัศน์ ที่อาจเกิดน้ำท่วมแม่สายปี 2569 แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์ คือ หนึ่งเมื่อน้ำมาไม่ล้นพนัง แต่น้ำจะลอดเข้าพื้นที่ ส่วนฉากทัศน์ที่สอง คือพนังต้านน้ำไม่ไหวจะพังลงมา ตรงไหนพังจะเกิดความเสียหายหนักเพราะเป็นน้ำที่ไหลแรงและเร็ว ส่วนฉากทัศน์ที่สามถ้าน้ำมาเยอะระดับเกิน 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำจะข้ามพนังบริเวณหัวฝาย ซึ่งจะเข้าฝั่งไทยก่อนเพราะพนังฝั่งไทยต่ำกว่า และหากน้ำมาเท่าปี 2567 จะเข้าทั้งสองฝั่ง
ปีนี้น้ำอาจยกตัวจากสะพานเท้อกลับไป เพราะทำพนังทั้งไทย-เมียนมา อยากให้คุยกันเบื้องต้น พนังแบบเร่งด่วนควรทำให้เท่ากัน ระยะยาวจะอยู่ไม่ได้ทั้งคู่ หลักการสำคัญทำพนังอย่าทำในแม่น้ำต้องทำในตลิ่ง
ต่อจากนั้นคณะลงพื้นที่ชุมชนไม้ลุงขน บริเวณซอยต้นโพธิ์ จุดนี้เป็นโค้งน้ำสาย และเสี่ยงน้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่เขตเมือง และยังเป็นจุดที่เป็นพนังดินและเสริมกระสอบทรายบิ๊กแบคเท่านั้น
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ 3 จุด สำรวจแนวการป้องกันน้ำท่วมว่า สทนช.ได้ติดตามการแก้ปัญหาระยะยาวโดยได้ขับเคลื่อน ประชุมร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ตอนนี้อยู่ระหว่างทำความเข้าใจกับประชาชน ขณะที่แผนระยะเร่งด่วนมีความเป็นห่วงฝั่งเมียนมาก่อสร้างพนังสูงกว่าฝั่งไทย ทางท้องถิ่นได้แก้ปัญหาปรับปรุงในจุดที่อ่อนไหวและได้เริ่มดำเนินการแล้ว
การดำเนินการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ใช้บิ๊กแบคมีช่วงเวลาสั้น ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอให้นำซีเมนต์มาผสมซึ่งจะเสริมความแข็งแรงของพนังใช้งานได้นานขึ้น โดยมีการเก็บตัวอย่างดินไปทดสอบ
นายชยันต์ กล่าวว่า สิ่งน่ากังวลบริเวณพื้นที่ อ.แม่สาย อีกจุดคือการรุกล้ำแม่น้ำสายบริเวณใต้สะพานแห่งที่ 1 ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามรื้อถอนให้เร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบเตือนภัยในต้นน้ำสายที่มูลนิธิเพื่อนพึ่งพาฯ ติดตั้งในพื้นที่ต้นน้ำสายประเทศเมียนมาได้ตรวจสอบระบบยังสามารถเตือนภัยได้ และมีแผนติดตั้งเพิ่มเติมโดยใช้งบของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง
ส่วนการประเมินสถานการณ์ฝนตกปีนี้อาจน้อยจากปรากฏการณ์เอลนินโญ่ แต่ประมาทไม่ได้ ได้สั่งให้หน่วยงานเกาะติดสถานการณ์ทุกวันเพื่อประสานพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวัง
ช่วงบ่าย สำนักเลขาธิการทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมความก้าวหน้าการแก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า พื้นที่ อ.แม่สาย บริเวณแม่น้ำสาย-รวก เป็นแม่น้ำพรมแดน ที่ผ่านมาการดำเนินการใดๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากทางการเมียนมา-ไทย ส่วนต้นน้ำสายอยู่ในประเทศเมียนมา ปี 2568 มีสถานีเตือนภัยโทรมาตร ของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ และสำนักสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ได้ติดตั้งระบบตรวจวัดระดับน้ำ 3 จุดทำให้ทราบว่าฝนตกและจะไหลมาเท่าไหร่ ทำให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้ปลอดภัย
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ขณะเดียวกันปี 2568 รัฐบาลมอบหมายให้กรมการทหารช่าง ทำพนังป้องกันน้ำท่วมกึ่งถาวร-ชั่วคราว อ.แม่สาย ซึ่งแล้วเสร็จ ส.ค.2568 มีเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่ง 2 ครั้ง คือ พ.ค.และ 27 ก.ค.2568 เกิดน้ำท่วมเนื่องจากก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หลังจากนั้นไม่เกิดน้ำท่วมเลย
นายเก่งกล้า วิริยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จ.เชียงราย ได้จัดทำแผน 3 ระยะ ระยะเร่งด่วน เบื้องต้นได้ซ่อมแซมพนังป้องกันชั่วคราว-กึ่งถาวร ก่อสร้างฝั่งเมียนมาที่อาจทำให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้น เริ่มดำเนินการ 15 พ.ค.69 กองทัพภาคที่ 3 กรมการทหารช่างภาค 3 ระยะเวลาดำเนินการ 45 วัน คาดว่าแล้วเสร็จ 28 มิ.ย.69 ได้รับความร่วมมือท้องถิ่นเทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำและเทศบาลแม่สายมิตรภาพ ทำแนวบิ๊กแบ็ค 5 แนวมีระยะทาง 3.9 กม. ขณะเดียวกันจะมีการซ่อมแผนอพยพและการแจ้งเตือน 20-22 พ.ค.69
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ส่วนแผนระยะสั้นได้ของบประมาณรื้อถอนอาคารและแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวงบประมาณ 39 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทย แต่เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ราชพัสดุ ปัจจุบัน จ.เชียงราย เสนอไปอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมธนารักษ์อนุญาตใช้พื้นที่ หากพิจารณาเสร็จจะนำเสนอสำนักงบประมาณต่อไป
ขณะที่แผนระยะยาวอยู่ระหว่างกรมโยธาธิการและผังเมือง อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบงบประมาณป้องกันน้ำท่วมยั่งยืน งบประมาณราว 4,000 ล้านบาท เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ด้าน น.ส.จันทร์สม เป็นตาธรรม ธนารักษ์พื้นที่เชียงราย กล่าวถึงความคืบหน้ารื้อถอนอาคาร ระบุว่า หลังจากได้รับเอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ได้ส่งเรื่องไปกรมฯได้รับคำตอบจะเร่งรัดพิจารณาให้
ธนารักษ์ไม่ได้นิ่งนอนใจการแก้ปัญหานี้ ที่ผ่านมาให้ความร่วมมืออาศัยอำนาจธนารักษ์พื้นที่บอกเลิกสัญญาเช่า 14 ราย
น.ส.จันทร์สม กล่าวว่าประเด็นที่ดินและอาคาร เป็นทรัพย์สินของรัฐ นอกเหนืออำนาจธนารักษ์พื้นที่ ไม่สามารถพิจารณาเองได้ต้องส่งเรื่องเข้ากรมฯ
ด้านนายอำเภอแม่สาย ได้ชี้แจงงบประมาณ 39 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯ การรื้อถอนจะใช้งบ 3.6 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นงบฯการก่อสร้างพนังป้องกันน้ำท่วมคอนกรีต ยาว 3.6 กม.มีทั้งหมด 14 โครงการ
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
น.ส.จันทร์สม กล่าวอธิบายเพิ่มเติมกรณีอาคารราชพัสดุ หากยกเลิกสัญญาแบ่งเป็น 2 กรณี ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย ที่มีกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างของผู้เช่า กรณีผู้เช่ายกกรรมสิทธิ์กระทรวงการคลัง
การเช่าที่ดินราชพัสดุไม่ว่า จะเป็นกรณีไหนก็ตามผู้เช่าไม่มีสิทธิ์ได้รับการชดเชยกรณีใดทั้งสิ้น เพราะถือว่าเป็นการมาใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา
ส่วนกรณีเป็นอาคารราชพัสดุ จะมีการรื้อถอนต้องมีการชดเชยคืนเข้ากระทรวงการคลังตามมูลค่าของทรัพย์นั้น
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ด้านตัวแทนที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย ฝ่ายเลขาคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมา เกี่ยวกับเขตแดนคงที่แม่น้ำสาย-รวก (SUB-JCR) กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมครั้งที่ 3 ล่าสุด วันที่ 16-17 ม.ค.2568 จ.เชียงราย ประชุมตกลงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแม่น้ำสาย-รวก จะร่วมกันขุดลอกผลการประชุมร่วมกันฝ่ายไทยจะขุดลอก จากหลักเขตแดนที่ 1 ถึงแม่น้ำรวก ฝ่ายเมียนมา ขุดหลักเขตแดน 350-492 ในแม่น้ำสาย และยังร่วมประชุมหารือสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเขตแดน จากการสำรวจฝั่งไทยก่อสร้างไปในฝั่งเมียนมา 45 สิ่งก่อสร้าง และฝั่งเมียนมารุกล้ำฝั่งไทย 33 สิ่งก่อสร้าง
การขุดลอกฝั่งไทย กรมการทหารช่าง และกองทัพภาคที่ 3 ขุดลอกเดือน เม.ย.-มิ.ย.2568 ระยะทาง 44 กม.ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการดำเนินการขุดลอกฝั่งเมียนมา ยังไม่ปรากฎข้อมูล ฝั่งเมียนมาได้ดำเนินการขุดลอกแม่น้ำสายตามบันทึกร่วมกัน จังหวัดเชียงรายได้ทำหนังสือถึงฝ่ายเมียนมา สอบถามตามบันทึกการประชุม
ส่วนการรื้อถอนเขตแดนทั้งสองฝ่าย ฝั่งไทยรื้อถอนไป 14 สิ่งก่อสร้าง ฝั่งเมียนมารื้อถอน 20 สิ่งก่อสร้าง
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
ร.อ.ธีรพล วิสัยมา หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ประจำพื้นที่ 1 (TBC พื้นที่ 1) กล่าวถึงการติดตามรื้อถอนสิ่งสูงสร้างที่กีดขวางทางน้ำของไทย-เมียนมาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างพนัง บ้านปงถุน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พบว่า ได้ก่อสร้างพนังตามแนวตลิ่งเดิม ไม่มีการรุกล้ำแม่น้ำสาย มีการก่อสร้างพนังและขุดลอกดินที่ถมแม่น้ำสาย ปัจจุบันแล้วเสร็จประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์
แบบแปลนก่อสร้างพนัง บ.ปงถุน จ.ท่าขี้เหล็ก มีความกว้างขนาด 3 เมตร หนา 0.79 เมตร ความสูง 9.7 เมตร ความยาว 310 เมตร
ด้าน รศ.ชูโชค กล่าวว่า การป้องกันน้ำท่วมแม่สายระยะยาว อาจต้องไปคุยกันทุกฝ่าย ส่วนระยะสั้นจะต้องเฝ้าระวัง เพราะสภาพแม่น้ำสาย ไม่สามารถสู้น้ำได้เท่าปี 2567 แล้ว ปี 2569 อ่อนแอกว่าเดิม เพราะมีจุดล่อแหลม คือนำตัวเองไปขวางทางน้ำ
ปี 2567 หนักแล้ว ปี 2569 จะหนักกว่าเดิม เพราะนอกจากการก่อสร้างรุกล้ำขวางทางน้ำ การทำพนังปิดช่องให้น้ำออกไม่ได้เลย ทำพนังด้านหลังอาคารรุกล้ำเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
รศ.ชูโชค กล่าวว่า สิ่งที่ต้องดำเนินการโครงการใหญ่จะเกิดขึ้นอีก 3-5 ปี จะป้องกันได้ขนาดไหน ต้องบอกประชาชนว่า สู้น้ำได้ขนาดไหน อำเภอต้องประกาศว่าน้ำขนาดไหน เช่น หากน้ำมา 200 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ข้ามคันแต่จะลอดพนัง หรือหากพนังสองข้างไม่แข็งแรง จะเป็นคลื่นและเป็นวิบัติน้ำท่วม และสุดท้าย น้ำมามากกว่า 300 ลบ.ม./วินาที น้ำจะล้นมาฝั่งไทยเพราะพนังต่ำกว่า ถ้ามากกว่านั่นจะล้นทั้งคู่
วันนี้ผมไปยืนดู ค่อนข้างกังวลใจ เพราะมีซองน้ำที่สูงขึ้นมา 5-6 เมตร ปีที่แล้วน้ำเทไปฝั่งเมียนมา
รศ.ชูโชค กล่าวย้ำว่า ไม่มีพนังที่ก่อสร้างและอยู่ได้ 7-8 เมตร เพราะต้องมีฐานรากกว้าง จะล้ำในที่อยู่อาศัยของประชาชน ตอนนี้ต้องบอกประชาชนว่า ปริมาณน้ำที่มารับได้เท่าไหร่ และเข้ามาจะเกิดอะไรขึ้น ต่อมาแจ้งเตือนภัย แต่ดูสภาพเป็นจริงเสี่ยงมาก เพราะมีสะพานมิตรภาพฯแห่งที่ 1 ยกน้ำให้กลับไปบริเวณหัวฝาย มากกว่าปกติเพิ่มสูงกว่าปกติ 1-2 เมตร สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ การเสริมพนังที่มีอยู่ ส่วนอุปสรรคการระบายน้ำอาคารรุกล้ำแม่น้ำสายต้องเร่งรื้อถอน และเร่งขุดรอกบริเวณใต้ท้องสะพานจะช่วยให่การระบายน้ำเร็วขึ้น
สทนช.หาทางออก "แก้น้ำท่วมแม่สาย"นักวิชาการห่วงพนัง-อาคารรุกล้ำเสี่ยงท่วมหนัก
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่า แผนเร่งด่วนและระยะยาว จังหวัดจะเร่งนำไปสื่อสารสร้างการรับรู้ประชาชน และนำไปปรับแก้ปัญหาป้องกันน้ำท่วมกับหน่วยงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ขณะเดียวกันวันที่ 22 พ.ค.2568 รมช.มหาดไทย จะลงพื้นที่เพื่อซ้อมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม ส่วนแผนการซ่อมบิ๊กแบ็คของท้องถิ่นและทหารช่างได้ซ่อมมีความคืบหน้าไปมาก
ด้าน เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จะนำแผนที่ได้ลงพื้นที่ อ.พญาเม็งราย (ลุ่มน้ำอิง) เทศบาลนครเชียงราย (ลุ่มน้ำกก)และ อ.แม่สาย จะติดตามเข้าสู่แผนหลัก อยากให้รับฟังความคิดเห็นประชาชนรอบด้านและไม่อยากให้ขาดการมีส่วนร่วมที่ดีจะเกิดประเด็นปัญหาอุปสรรคจะทำให้การขับเคลื่อนไม่สำเร็จ
อ.แม่สาย ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นฉากทัศน์ต่างๆ และให้ข้อมูลประชาชนที่ยังสงสัยอย่างต่อเนื่อง
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
ประธานสภาลงนามตั้ง "พริษฐ์ วัชรสินธุ" นั่งประธานวิปฝ่ายค้าน
รวบ อส.สำรอง คนขับกระบะพาพวกปล้นตู้เซฟเงินแสนแรงงานเมียนมา จ.ชุมพร
วันสุดท้าย! เชียงใหม่ชวนสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในไทย "ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล"










