เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 รายงานข่าวจาก Reuters อ้างอิงร่างจดหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เตรียมส่งถึง 35 ประเทศที่ลงนามใน "คำแถลงโอกาสด้าน AI" (AI Opportunity Statement) รวมถึงประเทศสมาชิกในกรอบความร่วมมือ "Pax Silica" เช่น นิวซีแลนด์ เอกวาดอร์ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย โดยในร่างจดหมายระบุข้อความสำคัญว่า
การเข้าร่วมกรอบ Pax Silica ไม่ใช่เพียงแค่การสมัครสมาชิก แต่เป็นข้อผูกพัน และไม่สามารถถือครองคู่ไปกับการเป็นสมาชิกในข้อตกลงอื่นที่มีความซ้ำซ้อน หรือมีข้อคาดหวังที่ขัดแย้งกับสหรัฐฯ ได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า เจตนาของร่างเอกสารดังกล่าวคือการชี้แจงให้ประเทศพันธมิตรเห็นชัดเจนว่า "ไม่สามารถจับปลาสองมือได้"
โดยกรอบ Pax Silica ที่สหรัฐฯ จัดขึ้น มุ่งเน้นการกระชับอำนาจควบคุมของชาติตะวันตกเหนือห่วงโซ่อุปทานโมเดล AI การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีขั้นสูง
จีนเตือนสร้าง "ฉากกั้นดิจิทัล" เสี่ยงทำลายห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก
หลี่ ยง กรรมการสภาบริหารสมาคมองค์การการค้าโลกแห่งประเทศจีน (China Society for WTO Studies) ได้แสดงความคิดเห็นผ่าน Global Times ว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ สะท้อนถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อศักยภาพทางเทคโนโลยีของจีน โดยสหรัฐฯ กำลังพยายามทำให้ความร่วมมือทางเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องการเมือง และใช้นโยบายห่วงโซ่อุปทานเป็นอาวุธในการกีดกันจีน
หลี่ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพยายามตัดจีนออกจากทรัพยากรสำคัญและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ด้วยการตั้ง "ฉากกั้นดิจิทัล" (Digital Curtain) เพื่อแบ่งตลาดโลกออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งถือเป็นการคำนวณทางการเมืองที่ขัดต่อแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีโลกที่ต้องการความเป็นพหุขั้ว และการบีบบังคับเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดมาตรฐาน AI ระบบนิเวศการใช้งาน และขั้วภูมิรัฐศาสตร์ที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำให้ AI เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยรวม
มาตรการการกีดกันทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังเริ่มส่งผลกระทบและสร้างความลำบากใจให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เอง โดยรายงานข่าวระบุว่า ฮาวาร์ด ลุตนิค รมต.พาณิชย์สหรัฐฯ เคยให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่อยากให้บริษัท Apple เข้าซื้อชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตในจีน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างหนักสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ทำให้ราคาชิปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้บริษัท Apple ต้องพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ Yangtze Memory Technologies เพื่อนำมาใช้ในอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแท้จริง
ด้าน หู ฉีมู่ รองเลขาธิการเวทีการรวมตัวเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจจริง 50 (Digital-Real Economies Integration Forum 50) ชี้ว่า สหรัฐฯ แม้จะลงทุนสูงในด้านการพัฒนาอัลกอริทึม แต่เทคโนโลยีเหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาภาคการผลิตและการใช้งานจริงในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งภาคการผลิตขนาดใหญ่ของจีนเป็นตลาดสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI ไปสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ การกีดกันจีนจึงเป็นการเพิ่มต้นทุนห่วงโซ่อุปทานของโลกอย่างมหาศาล
จีนชูแนวทางเปิดกว้าง เดินหน้าดันองค์กรความร่วมมือระดับโลก
ตรงกันข้ามกับแนวทางของสหรัฐฯ ฝั่งประเทศจีนได้เดินหน้าผลักดันข้อตกลงความร่วมมือ AI ในระดับนานาชาติที่เน้นระบบเปิดและการพัฒนาร่วมกัน โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มี 29 ประเทศร่วมลงนามในข้อตกลง ณ นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อจัดตั้ง "องค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก" (World Artificial Intelligence Cooperation Organization: WAICO) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการ AI ที่ปลอดภัย เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ จีนยังได้ประกาศแผนการมอบทุนอบรมและสัมมนาด้าน AI จำนวน 5,000 ทุนแก่ประเทศกำลังพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) สันนิบาตอาหรับ สหภาพแอฟริกา รวมถึงกลุ่ม BRICS และเปิดให้ 30 ประเทศสามารถเข้าถึงระบบเตือนภัยอุตุนิยมวิทยา Mazu ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ความเชี่ยวชาญและแนวทางแบบเปิดกว้างของจีนเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลล่าสุดจาก OpenRouter ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมโมเดล AI ระดับโลก พบว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีของจีน สามารถครองตำแหน่ง 4 ใน 5 อันดับแรกของตารางโมเดลที่มีผู้ใช้งานสูงสุด
โดยโมเดล DeepSeek V4 Flash 0731 ครองอันดับที่ 1 ด้วยปริมาณการประมวลผล 11.1 ล้านล้านโทเคน ตามมาด้วยโมเดล Hy3 ของ Tencent ขณะที่ GPT-5.6 Luna ของ OpenAI อยู่อันดับที่ 3
หม่า จีฮัว นักวิเคราะห์ ระบุว่า ความสำเร็จของโมเดลจีนเป็นผลมาจากกลยุทธ์การเปิดเผยโค้ด (Open-source) ซึ่งแตกต่างจากบริษัทสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่เน้นให้บริการผ่านแพลตฟอร์มปิดและระบบ API ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเปิดกว้างและการทำงานร่วมกัน คือ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยี AI สามารถกระจายประโยชน์ไปสู่ผู้พัฒนา อุตสาหกรรม และผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างแท้จริง
อ่านข่าว :
หนุ่มปลิดชีพตัวเอง กลางสนามยิงปืนย่านนนทบุรี
ภารกิจกลางดึกสำเร็จ ทีมสัตวแพทย์ยิงยารักษา "สีดอเดี่ยว" ช้างป่าบาดเจ็บ
