สหรัฐฯ เตรียมบีบพันธมิตรเลือกข้าง AI จีนเตือนเสี่ยงทำโลกแตกเป็น 2 ขั้ว

ต่างประเทศ
13:39
จำนวนผู้ชม 94
Thai PBS
 สหรัฐฯ เตรียมบีบพันธมิตรเลือกข้าง AI จีนเตือนเสี่ยงทำโลกแตกเป็น 2 ขั้ว

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 รายงานข่าวจาก Reuters อ้างอิงร่างจดหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เตรียมส่งถึง 35 ประเทศที่ลงนามใน "คำแถลงโอกาสด้าน AI" (AI Opportunity Statement) รวมถึงประเทศสมาชิกในกรอบความร่วมมือ "Pax Silica" เช่น นิวซีแลนด์ เอกวาดอร์ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย โดยในร่างจดหมายระบุข้อความสำคัญว่า

การเข้าร่วมกรอบ Pax Silica ไม่ใช่เพียงแค่การสมัครสมาชิก แต่เป็นข้อผูกพัน และไม่สามารถถือครองคู่ไปกับการเป็นสมาชิกในข้อตกลงอื่นที่มีความซ้ำซ้อน หรือมีข้อคาดหวังที่ขัดแย้งกับสหรัฐฯ ได้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า เจตนาของร่างเอกสารดังกล่าวคือการชี้แจงให้ประเทศพันธมิตรเห็นชัดเจนว่า "ไม่สามารถจับปลาสองมือได้"

โดยกรอบ Pax Silica ที่สหรัฐฯ จัดขึ้น มุ่งเน้นการกระชับอำนาจควบคุมของชาติตะวันตกเหนือห่วงโซ่อุปทานโมเดล AI การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีขั้นสูง

จีนเตือนสร้าง "ฉากกั้นดิจิทัล" เสี่ยงทำลายห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก

หลี่ ยง กรรมการสภาบริหารสมาคมองค์การการค้าโลกแห่งประเทศจีน (China Society for WTO Studies) ได้แสดงความคิดเห็นผ่าน Global Times ว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ สะท้อนถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อศักยภาพทางเทคโนโลยีของจีน โดยสหรัฐฯ กำลังพยายามทำให้ความร่วมมือทางเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องการเมือง และใช้นโยบายห่วงโซ่อุปทานเป็นอาวุธในการกีดกันจีน

หลี่ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพยายามตัดจีนออกจากทรัพยากรสำคัญและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ด้วยการตั้ง "ฉากกั้นดิจิทัล" (Digital Curtain) เพื่อแบ่งตลาดโลกออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งถือเป็นการคำนวณทางการเมืองที่ขัดต่อแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีโลกที่ต้องการความเป็นพหุขั้ว และการบีบบังคับเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดมาตรฐาน AI ระบบนิเวศการใช้งาน และขั้วภูมิรัฐศาสตร์ที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำให้ AI เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยรวม

มาตรการการกีดกันทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังเริ่มส่งผลกระทบและสร้างความลำบากใจให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เอง โดยรายงานข่าวระบุว่า ฮาวาร์ด ลุตนิค รมต.พาณิชย์สหรัฐฯ เคยให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่อยากให้บริษัท Apple เข้าซื้อชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตในจีน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างหนักสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ทำให้ราคาชิปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้บริษัท Apple ต้องพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ Yangtze Memory Technologies เพื่อนำมาใช้ในอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแท้จริง

ด้าน หู ฉีมู่ รองเลขาธิการเวทีการรวมตัวเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจจริง 50 (Digital-Real Economies Integration Forum 50) ชี้ว่า สหรัฐฯ แม้จะลงทุนสูงในด้านการพัฒนาอัลกอริทึม แต่เทคโนโลยีเหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาภาคการผลิตและการใช้งานจริงในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งภาคการผลิตขนาดใหญ่ของจีนเป็นตลาดสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI ไปสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ การกีดกันจีนจึงเป็นการเพิ่มต้นทุนห่วงโซ่อุปทานของโลกอย่างมหาศาล

จีนชูแนวทางเปิดกว้าง เดินหน้าดันองค์กรความร่วมมือระดับโลก

ตรงกันข้ามกับแนวทางของสหรัฐฯ ฝั่งประเทศจีนได้เดินหน้าผลักดันข้อตกลงความร่วมมือ AI ในระดับนานาชาติที่เน้นระบบเปิดและการพัฒนาร่วมกัน โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มี 29 ประเทศร่วมลงนามในข้อตกลง ณ นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อจัดตั้ง "องค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก" (World Artificial Intelligence Cooperation Organization: WAICO) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการ AI ที่ปลอดภัย เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จีนยังได้ประกาศแผนการมอบทุนอบรมและสัมมนาด้าน AI จำนวน 5,000 ทุนแก่ประเทศกำลังพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) สันนิบาตอาหรับ สหภาพแอฟริกา รวมถึงกลุ่ม BRICS และเปิดให้ 30 ประเทศสามารถเข้าถึงระบบเตือนภัยอุตุนิยมวิทยา Mazu ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ความเชี่ยวชาญและแนวทางแบบเปิดกว้างของจีนเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลล่าสุดจาก OpenRouter ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมโมเดล AI ระดับโลก พบว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีของจีน สามารถครองตำแหน่ง 4 ใน 5 อันดับแรกของตารางโมเดลที่มีผู้ใช้งานสูงสุด

โดยโมเดล DeepSeek V4 Flash 0731 ครองอันดับที่ 1 ด้วยปริมาณการประมวลผล 11.1 ล้านล้านโทเคน ตามมาด้วยโมเดล Hy3 ของ Tencent ขณะที่ GPT-5.6 Luna ของ OpenAI อยู่อันดับที่ 3

หม่า จีฮัว นักวิเคราะห์ ระบุว่า ความสำเร็จของโมเดลจีนเป็นผลมาจากกลยุทธ์การเปิดเผยโค้ด (Open-source) ซึ่งแตกต่างจากบริษัทสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่เน้นให้บริการผ่านแพลตฟอร์มปิดและระบบ API ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเปิดกว้างและการทำงานร่วมกัน คือ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยี AI สามารถกระจายประโยชน์ไปสู่ผู้พัฒนา อุตสาหกรรม และผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างแท้จริง

อ่านข่าว :

หนุ่มปลิดชีพตัวเอง กลางสนามยิงปืนย่านนนทบุรี

ภารกิจกลางดึกสำเร็จ ทีมสัตวแพทย์ยิงยารักษา "สีดอเดี่ยว" ช้างป่าบาดเจ็บ

“เอกนัฏ” เมินคนโยงปลัดพลังงานคนใหม่ สายตรง “เนวิน”