วันนี้ (22 พ.ค.2569) นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่กลุ่มงานยานพาหนะ สำนักการคลัง และงบประมาณ
นายโสภณ กล่าวว่า การเป็นข้าราชการรัฐสภา เกียรติและศักดิ์ศรีไม่ได้แพ้ข้าราชการส่วนอื่น แต่ในมุมมองของตนเอง ข้าราชการรัฐสภาเหมือนหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง เหมือนเป็นลูกจ้างพนักงานช่วยเหลือการประชุม แต่ความจริงแล้วข้าราชการรัฐสภามีศักดิ์ศรี ฉะนั้นจะมีเกียรติศักดิ์ศรีได้ต้องทำตัวเราให้ดี
ซึ่งปัจจุบันสภากำลังพัฒนาและเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงต้องพร้อมเปลี่ยน ซึ่งจะพยายามออกจากวิถีเดิม ๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องดูแลทั้งตัวอาคารรัฐสภา และบุคคลที่เข้ามาใช้พื้นที่ในอาคารรัฐสภา ซึ่งโครงสร้างอาคารรัฐสภาส่วนใดก็แล้วแต่ ที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่เฉพาะที่ประชุมสภาก็ให้พัฒนาต่อไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวบุคคลทั้งสมาชิกรัฐสภาและข้าราชการรัฐสภา เมื่อการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภานัดแรก ตนตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาระเบียบข้าราชการรัฐสภาที่ไม่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และให้ทำงานอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งในส่วนของสมาชิกรัฐสภา เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในฐานะประธานรัฐสภา ก็จะพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ และส่งเสริมคนที่มีความรู้ความสามารถให้เติบโตในหน้าที่ได้
"ข้าราชการตำรวจรัฐสภา ต้องทำตัวให้เหมือนตำรวจ ถ้าเราลดเกียรติตัวเองลงเมื่อไหร่ เกียรติเราก็ลดลงไปด้วย ให้ประชาชนเห็นแล้วน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ เราต้องฝึกอบรมการทำหน้าที่อยู่เสมอ อย่าให้เกิดเหตุวัวหายแล้วล้อมคอก เพราะเราให้ความสำคัญเรื่องรักษาความปลอดภัยในทุกด้าน ต้องพร้อมในทุกสถานการณ์
เหตุการณ์ที่ผมเคยเจอตั้งแต่เป็น สส.จนถึงทุกวันนี้ เมื่อประธานสภาเชิญ สส.ออกจากห้องประชุม ไม่มีตำรวจสภาคนไหนกล้าอุ้มสมาชิกออกจากห้องประชุมเลยสักครั้ง ดังนั้นตำรวจรัฐสภาจึงต้องวางตัวให้น่าเกรงขาม และต้องเป็นสภาตัวอย่าง ไม่ปล่อยปละละเลย ในเรื่องของยาเสพติดด้วย" นายโสภณ กล่าว
จากนั้นนายโสภณ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้มีการเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาตรวจปัสสาวะของตำรวจสภา และพนักงานขับรถของสภาด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน มีทั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดและเรื่องความมั่นคง
ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ไม่ได้มาจับผิดหรือทำลาย แต่เพื่อแก้ไขปัญหา และการเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบ เป็นการยืนยันว่ารัฐสภาทำจริง เพื่อเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหายาเสพติด
นายโสภณ กล่าวว่า หลักการของตนคือต้องการพัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการทุกส่วนที่นี่ โดยเริ่มที่ตำรวจก่อน ซึ่งต้องพัฒนาทั้งสมรรถภาพทางกาย และระเบียบวินัยต่าง ๆ ฉะนั้น อันดับแรกที่จะพัฒนาให้มีสมรรถภาพได้ คือต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
ส่วนเรื่องระเบียบวินัยของตำรวจสภา ก็ต้องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตำรวจ เพื่อเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ และรัฐสภาเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ ฉะนั้นตำรวจสภาต้องมีความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย ไม่ว่าดูแลความปลอดภัยของสถานที่ และความปลอดภัยของบุคคล ซึ่งหลังจากนี้จะมีโปรแกรมการฝึกต่าง ๆ ตามมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลตรวจปัสสาวะของตำรวจรัฐสภา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภา พบปัสสาวะเป็นสีม่วง 1 คน โดยนำตัวไปบำบัดตามขั้นตอนต่อไป
อ่านข่าว :
รฟท.ตรวจสารเสพติดเชิงรุกพบ 2 คน สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที










