รฟท.เร่งออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ-ตรวจสารเสพติดเข้ม

สังคม
15:53
จำนวนผู้ชม 46
รฟท.เร่งออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ-ตรวจสารเสพติดเข้ม
รฟท.เร่งประสานกรมการขนส่งทางราง ออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ หลังยังเหลือขั้นตอนยืนยันตัวตน ขณะที่ รฟท. -ขสมก. เพิ่มมาตรการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานทั่วประเทศ เดินหน้าโครงการ "มิสซิ่งลิงก์" แก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟในเมือง

วันนี้ (19 พ.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพิ่มมาตรการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร ก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยหากผลตรวจขึ้น 2 ขีด ถือว่าไม่พบสารเสพติด และสามารถปฏิบัติงานได้ แต่หากขึ้น 1 ขีด จะต้องตรวจซ้ำอีกครั้ง และหากยืนยันพบสารเสพติด จะเข้าสู่กระบวนการสอบวินัยถึงขั้นไล่ออก

เช่นเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถไฟและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ โดยสุ่มตรวจพนักงานควบคุมเครื่องกั้น พนักงานควบคุมการเดินรถ พนักงานขับรถไฟ และนายสถานี รวม 120 คน ตั้งเป้าตรวจต่อเนื่อง 15 วัน ก่อนขยายผลตรวจครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

หากพบว่ามีพนักงานเกี่ยวข้องกับสารเสพติด จะส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอน พร้อมพักปฏิบัติหน้าที่ทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างเร่งประสานกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ โดยยังเหลือขั้นตอนการยืนยันตัวตน ของบุคลากรบางส่วน ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้

ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างเร่งประสานกรมการขนส่งทางราง เพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ โดยยังเหลือขั้นตอนการยืนยันตัวตน ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้ครบตามกฎหมาย

ดันโครงการ “มิสซิ่งลิงก์” เชื่อมหัวลำโพง-อภิวัฒน์ ลดจุดตัดรถไฟในเมือง

กระทรวงคมนาคม ยังเตรียมผลักดันโครงการ “มิสซิ่งลิงก์” เชื่อมการเดินรถระหว่างหัวลำโพงกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟในเขตเมืองอย่างเป็นระบบ โดยจะปรับปรุงผลการศึกษาเดิมให้ทันสมัย พร้อมของบประมาณในช่วงปี 2570-2571 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งในปี 2571 และคาดว่าจะเปิดประมูลก่อสร้างได้ในปี 2572 แล้วเสร็จประมาณปี 2577

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาการจราจร บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ผ่านการก่อสร้างทางยกระดับและทางลอด รวมถึงปรับรูปแบบการเดินรถในเขตเมืองชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางฝั่งตลิ่งชัน-ศิริราช ที่ปัจจุบันยังมีจุดตัดระดับถึง 8 จุด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังเร่งสำรวจจุดตัดเสี่ยงร่วมกับกรุงเทพมหานครรวม 27 แห่ง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด โดยบางพื้นที่อาจเพิ่มพนักงานกั้นถนนชั่วคราวในช่วงเร่งด่วน รวมถึงหารือแนวทางปรับแผนเดินรถสินค้า และรถโดยสารในเขตเมืองชั้นใน เพื่อลดผลกระทบด้านจราจรและความปลอดภัย

ผู้โดยสารกังวล หากรถไฟสายใต้-สายตะวันออกหยุดวิ่งเข้าหัวลำโพง

อย่างไรก็ตาม แนวทางปรับลดหรือยุติการเดินรถเข้าสถานีหัวลำโพง ของรถไฟสายใต้และสายตะวันออก กำลังสร้างความกังวลให้กับประชาชนผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารในเส้นทางนครปฐม สุพรรณบุรี และสายใต้ ที่ยังต้องพึ่งพาการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองผ่านสถานีหัวลำโพง

กระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า การปรับรูปแบบเดินรถถือเป็น “เรื่องใหม่” ที่ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งด้านปริมาณผู้โดยสาร การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ลานจอดรถ และความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง โดยเฉพาะกรณีให้รถไฟสายใต้สิ้นสุด ที่สถานีตลิ่งชันแทนหัวลำโพง ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนยังไม่สมบูรณ์

ก่อนจะปรับรูปแบบเดินรถ ต้องประเมินทั้งผู้โดยสาร การเชื่อมต่อระบบขนส่ง ลานจอดรถ และความพร้อมของสถานีปลายทางอย่างรอบด้าน

ขณะเดียวกัน รถไฟสายสีแดง ยังใช้โครงสร้างร่วมกับการเดินรถเข้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ขณะที่รถไฟสายใต้ยังสิ้นสุดที่ตลิ่งชัน ทำให้ต้องประเมินความพร้อมรองรับผู้โดยสารเพิ่มเติม ทั้งจำนวนขบวนรถ ระบบตั๋วร่วม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดของรถไฟชานเมืองบางเส้นทาง เช่น สุพรรณบุรีและนครปฐม ที่ยังไม่สามารถใช้ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ ทำให้ยังจำเป็นต้องใช้เส้นทางเดิมเข้าสู่หัวลำโพง ส่งผลให้การลดจุดตัดทางรถไฟในเขตเมืองยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำพนักงานขับรถเพิ่มเติม และตรวจสารเสพติดพนักงานระบบรางทั่วประเทศตามข้อสั่งการของกระทรวงคมนาคม โดยผลตรวจวันแรกยังไม่พบผู้มีผลเป็นบวก แต่หากพบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ จะถูกสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ทันที

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า รฟท.เริ่มมาตรการตรวจเข้มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ครอบคลุมพนักงานขับรถ ช่างเครื่อง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ พร้อมเร่งรัดให้บุคลากรระบบรางดำเนินการแสดงตน และขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายให้ครบโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน รฟท. อยู่ระหว่างเสนอขอเพิ่มอัตรากำลังอีก 2,850 อัตรา หลังปัจจุบันขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานช่างเครื่องที่ทยอยเกษียณอายุ ส่งผลให้หลายฝ่ายต้องทำงานเกินภาระปกติ

เยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 340,000 บาท พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บเต็มที่

ด้านมาตรการเยียวยา รฟท. ยืนยันดูแลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเต็มที่ โดยผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 340,000 บาท แบ่งเป็นค่าจัดการศพ 80,000 บาท และเงินช่วยเหลือทายาทโดยตรงอีก 260,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บมีประกันคุ้มครองค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามอาการ ได้แก่ บาดเจ็บทั่วไป 10,000 บาท อาการสาหัส 20,000 บาท และกรณีรักษาในห้องไอซียู 50,000 บาท

เสียงปืนชายแดนไทย-กัมพูชา "ฮุน เซน" พลิกเกม ฟื้นคะแนนนิยมชาวเขมร

ครม.ไฟเขียว ยกระดับฝีมือแรงงาน 4 สาขา เพิ่มค่าจ้าง 550-650 บาท/วัน

ส่องประวัติ "พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์" ผู้กุมบังเหียน "กรมรางฯ"