“ปลอดประสพ” ชี้แจงแผนบริหารน้ำไม่เกี่ยวภัยแล้ง
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ.ที่ยืนยันว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากปัญหาการจัดการน้ำในเขื่อน แต่เกิดจากปัญหาฝนทิ้งช่วง เพราะพื้นที่ดังกล่าวทำการเกษตรถึง 60 ล้านไร่ แต่มีเขตชลประทานเพียงร้อยละ 6 ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้การระบายน้ำไม่ทั่วถึง พร้อมระบุว่า การที่นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. ระบุว่า รัฐบาลระบายน้ำทิ้งขว้างนั้นไม่ใช่ เพราะคณะกรรมการควบคุมการระบายน้ำมีมานานแล้ว แต่เป็นการตั้งภายใน ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจึงสั่งตั้งให้ตนเป็นคนลงนาม โดยมีนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในฐานะกรรมการ กยน. เป็นประธาน ร่วมกับ 14 หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำ โดยให้ข้อมูลทุกวันและเข้าประชุมสัปดาห์ละครั้ง และมีกรมชลประทานทำงานเป็นทีมใหญ่
ดังนั้นนายปราโมทย์ จะเก่งสู้ 14 หน่วยงานไม่ได้ สำหรับการที่นายปราโมทย์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องภัยแล้งที่คลุมเครือและทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะขณะนี้อยู่กลางหน้าฝน ซึ่งถ้าเป็นคนมีความรู้จะไม่พูดเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องฝนทิ้งช่วงในเดือนสิงหาคมมากกว่า เพราะการกำหนดภัยแล้งจะต้องมีหลักเกณฑ์ ส่วนกรณีน้ำท่วม ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมเหมือนปีที่แล้วแน่นอน ฟันธงได้ 100%
ด้านนายกิจจา ผลภาษี อดีตอธีบดีกรมชลประทาน และคณะกรรมการ กยน.เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำของ กบอ.และรัฐบาล โดยระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรคิดด้วยตัวเองว่า จะให้ใครที่มีความรู้ความสามารถ มาบริหารจัดการน้ำทั้งระบบแทนนายปลอดประสพ เพราะนายปลอดประสพ ไม่มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องน้ำที่จะต้องบริหารความจริงและต้องใช้ความร่วมมือความรู้จริงจากฝ่ายปฎิบัติ ไม่ใช่นั่งดูแต่สถิติหรือใช้ทษฎีเป็นหลัก พร้อมระบุ แนวโน้มภัยแล้งเกิดขึ้นแล้ว มีปรากฎการณ์แอลนิโญ่เริ่มขึ้นในฝั่งซ้ายของมหาสุมทรแปซิฟิก จะเห็นว่าพายุเข้ามาแล้วประเทศฟิลิปินส์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ใต้หวัน ซึ่งแนวโน้มจะเกิดแล้งรุนแรงในปีหน้าหากมีปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่แค่ร้อยละ 42 จึงเสี่ยงว่าปี 2556 จะเกิดวิฤกตขาดแคลนน้ำรุนแรง ซึ่งภัยแล้งจะกินเวลาประมาณ 1-2 ปี เรียกว่าแล้งซ้ำซากต่อจากนั้นจะท่วมอีก เป็นวัฎจักร
