วันนี้ (24 ต.ค.2569) สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดเวทีสาธารณะภาคประชาชน "ก่อนผังเมืองใหม่จะมัดมือคนกรุง" โดยมีการนำร่างผังเมืองรวมของ กทม. (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) มาแสดงเปรียบเทียบกับร่างผังเมืองฉบับเดิม
รศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา มองว่า การปรับผังเมืองที่อนุญาตให้หลายพื้นที่ คนอยู่หนาแน่นได้เพิ่มขึ้น ตามเส้นทางแนวรถไฟ้ฟ้าและห่างออกไปประมาณ 500 เมตร อาจทำให้คนและเมืองเปราะบางมากขึ้น เนื่องจากมีการขยายที่อยู่อาศัยจนเกิดความแออัด
ขณะที่ระบบระบายน้ำของ กทม. ท่อน้ำเสียกับท่อระบายน้ำเป็นท่อเดียวกัน เมื่อฝนตกหนักรับน้ำได้จริงประมาณแค่ 20 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นได้เร็วและบ่อยขึ้น
ค้านร่างผังเมืองรวม กทม. แนะใช้ผังน้ำตั้งต้นจัดทำผังเมือง
รศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย กล่าวว่า ควรนำผังน้ำมาเป็นโจทย์หลักในการจัดทำผังเมือง และต้องประเมินว่าพื้นที่น้ำท่วมเหมาะสมที่จะให้ชุมชนสร้างที่อยู่อาศัยหรือไม่ เพราะถึงแม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบร้ายแรงกับทรัพย์สินจนถึงชีวิตประชาชน และรัฐยังต้องจ่ายเงินเยียวยามหาศาล
ด้าน นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ร่างผังเมืองฉบับนี้มีข้อกังวลจากภาคประชาชนและนักวิชาการ ทั้งในด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ข้อมูลซับซ้อนเข้าถึงยาก และยังไม่ทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
คนกรุงเทพฯ มีกว่า 5,470,000 คน แต่มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นเพียง 20,000 กว่าคนเท่านั้น คิดเป็นแค่ 0.4% ของคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด
ขณะที่ผังคมนาคม มีแนวถนนและการขยายเขตทางพาดผ่านชุมชนเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่การเวนคืนและการรอนสิทธิ ส่วนผังระบบระบายน้ำ ที่กำหนดพื้นที่รับน้ำ แก้มลิงและแนวคลอง อาจจำกัดสิทธิของประชาชน อย่างกรณี "บึงรับน้ำคู้บอน" ที่ยังเป็นข้อถกเถียงระหว่างความจำเป็นในการป้องกัดน้ำท่วม กับความเป็นธรรมของผู้อยู่อาศัยเดิม ตลอดจนการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อาจไม่สอดคล้องกับบริบทเมือง
ค้านร่างผังเมืองรวม กทม. แนะใช้ผังน้ำตั้งต้นจัดทำผังเมือง
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงจุดยืนคัดค้านและขอให้ยุติร่างผังเมืองรวมฉบับนี้ พร้อมเรียกร้องให้นำบึงรับน้ำทั้งหมดกลับคืนมา และระงับการลดพื้นที่รับน้ำและทางน้ำหลากทั้งหมด
รวมถึงให้ยุติการวางแนวขยายถนน ตัดถนน ที่ส่งผลกระทบเรื่องการเวนคืนที่ดิน 96 เส้นทาง และขอให้เริ่มกระบวนการใหม่ โดยตั้งต้นจากผังระดับเขต ผังย่าน หรือผังเมืองเฉพาะ และพิจารณาการใช้ผังน้ำเป็นผังตั้งต้นวางแนวทางทำผังเมือง โดยให้หน่วยงานอิสระ ประชาชน หรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มองว่า หากไม่มีโครงสร้างบริหารน้ำที่ดี อนาคตกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองจมน้ำ โดยยกประเด็นเรื่องบึงคู้บอนขึ้นมาย้ำว่า กทม.ต้องนำบึงนี้บรรจุในผังเมืองฉบับใหม่ด้วย
อ่านข่าว :
ชาวจันทบุรีชุมนุมคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
กทม.โอนเงินสมทบเยียวยาน้ำท่วม คาดถึงมือ ปชช.เร็วสุดบ่ายนี้
ปภ.ประสาน 54 จังหวัด - กทม. เฝ้าระวังฝนตกหนัก-หนักมาก วันที่ 24 - 28 ต.ค.69
