" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news11102012/117816-imagepng-172637.png
รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นและพม่า รวมทั้งผู้แทนด้านการคลังและการธนาคารจากชาติต่างๆ 30 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมประชุมนอกรอบการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก เพื่อหาแนวทางในการสนับสนุนการปฏิรูปในพม่า
โดยรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ประกาศจะกลับมาให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พม่าเต็มที่ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป โดยจะเริ่มให้เงินกู้เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นกับพม่า เพื่อชำระหนี้คงค้างกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบีกว่า 15,000 ล้านบาท และธนาคารโลกอีกกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อให้พม่ากู้ยืมเงินจากสถานบันการเงินทั้งสองแห่งได้อีก โดยจะเริ่มการชำระหนี้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นประกาศยกหนี้ให้พม่าไปแล้วกว่าแสนล้านบาทซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60 ของหนี้ที่พม่าติดค้างญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด ด้านรัฐมนตรีคลังของพม่า เรียกร้องให้นานาชาติ ร่วมช่วยเหลือพม่าในการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากระบบเศรษฐกิจที่มีรัฐบาลเป็นศูนย์กลางมาเป็นตลาดเสรี
การหารือนอกรอบครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้แทนชาติที่เข้าร่วมประชุมไม่น้อย แต่ปรากฏว่า ผู้แทนจีนไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ทั้งที่เคยแสดงความจำนงจะเข้าร่วม ซึ่งสร้างความผิดหวังให้รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นไม่น้อย เพราะจีนนับว่ามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพม่าอย่างยิ่ง
เช่นเดียวกับนางคริสตีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ที่ให้มองว่าที่รัฐมนตรีคลังจีน และผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน ไม่เดินทางมาร่วมการประชุมโดยไม่แจ้งเหตุผลที่ชัดเจน เนื่องจากความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะข้อพิพาทเรื่องเกาะในทะเลจีนตะวันออก ทำให้จีนเสียโอกาส พร้อมเตือนว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชีย เป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรฐกิจโลก ซึ่งความสัมพันธ์ฉันท์มิตร จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปฟิกได้
สำหรับการประชุมไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกประจำปีในปีนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่สู้จะสดใส โดยประเด็นหลักของการหารือคือปัญหาวิกฤตหนี้สินในยุโรป ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
