นักวิชาการเชื่อ
ผศ.อักษรศรี พานิชสาส์น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการที่นายสี จิ้นผิง ได้รับการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน คนใหม่และมีแนวโน้มว่า จะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า (2556) ว่า ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะได้รับประโยชน์อย่างสูงเนื่องจากนายสี จิ้นผิงมีความคุ้นเคยกับอาเซียนมาก ทั้งการเดินทางเยือนในหลายประเทศในภูมิภาคนี้
รวมถึงนโยบายที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ทั้งในการค้าและการลงทุนในอาเซียนให้ได้ เห็นได้ชัดจากการที่ผ่านมาอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีน และการที่จีนได้เน้นการลงทุนในต่างประเทศซึ่งขณะนี้ถือว่าประเทศจีน เป็นผู้ที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นอันดับ 5 ของโลกจึงถือว่าอาเซียนจะมีความน่าสนใจต่อการลงทุนของจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อยามที่สหรัฐฯก็พยายามที่จะมาลงทุนอาเซียนด้วยเช่นกัน ซึ่งจีนคงไม่ยอมให้สหรัฐฯเข้ามาแย่งชิงตำแหน่งเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้ได้ง่ายๆ
ดังนั้น การที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯใช้อาเซียนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลักดันเศรษฐกิจถือว่าจะเกิดประโยชน์อย่างสูงเพียง แต่ไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคนี้จะต้องมีแผนในการบริหารจัดการที่ดี เนื่องจากเหตุผลสำคัญก็คือผู้นำจีนจะให้ความสำคัญกับอาเซียนมากเพราะจีนมาทำลงทุนในธุรกิจในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง และจีนต้องการผลักดันให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักของโลก
ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ มองว่า ทิศทางเศรษฐกิจของจีนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากขึ้น จากเดิมที่เป็นเศรษฐกิจแบบพึ่งพาปัจจัยภายนอกหรือ "ยืมจมูกคนอื่นหายใจ" แต่ขณะนี้กำลังเปลี่ยนมาเป็นการพึ่งพาการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศมากขึ้น เพราะความได้เปรียบของจีนคือการลงทุนภายในประเทศ แต่การลงทุนภายนอกประเทศจะไม่ง่ายนัก
"การที่จะมองว่าไทยเป็นสาวเนื้อหอมสำหรับจีนและสหรัฐฯที่จะมาลงทุนนั้น ซึ่งไทยอาจจะต้องให้น้ำหนักอย่างเหมาะสม และหากให้น้ำหนักไม่ดีก็อาจจะถูกจีนและสหรัฐไม่สนใจ และกลายเป็นสาวขึ้นคานก็ได้"
ทั้งนี้ รศ.ดร.สมภพ ยังมองว่า การที่จีนจะทำให้เงินหยวนก้าวสู่การเป็นเงินสกุลหลักของโลกอาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากสหรัฐฯมีตลาดหุ้นวอลล์ สตรีทซึ่งทำหน้าที่ถ่วงดุลในตลาดเงินให้เงินดอลล่าร์ยังคงเป็นสกุลเงินหลักของโลกอยู่ ด้วยเหตุนี้เงินหยวนจึงอาจจะเบียดขึ้นเป็นเงินสกุลหลักได้ค่อนข้างยาก ซึ่งแนวโน้มที่จะเป็นไปได้คือ การยกระดับเป็นสกุลเงินที่สำคัญเทียบเคียงได้กับเงินยูโร
