กสม.เร่งศาลปกครอง-รธน.คุ้มครองชาวบ้านถูกแนวสายไฟ กฟผ.คร่อม

สังคม
06:33
จำนวนผู้ชม 86
Thai PBS
กสม.เร่งศาลปกครอง-รธน.คุ้มครองชาวบ้านถูกแนวสายไฟ กฟผ.คร่อม

หมอนิรันดร์ ระดมช่วยชาวบ้านถูกรื้อถอนที่อาศัย ซึ่งเดือดร้อนเหตุสายไฟ กฟผ.พาดผ่าน กำหนดเกณฑ์จ่ายค่าทดแทนละเมิดสิทธิ์ทรัพย์สิน

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่า แถลงข่าวกรณีสายส่งไฟการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)สร้างผลกระทบกับชาวบ้าน ว่าตามที่ กฟผ.ดำเนินโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น้ำพอง 2–อุดรธานี 3 พาดผ่านบ้านเรือนและที่ดินทำกินของประชาชน ตนมีความเห็นว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ทำให้ กฟผ.ดำเนินโครงการและกำหนดแนวสายส่งก่อน หลังจากนั้นจึงประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของชุมชน ซึ่งเป็นการไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน และละเมิดสิทธิด้านข้อมูลข่าวสารและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ และยังมีการเปลี่ยนแนวสายส่งตามอำเภอใจ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ชาวบ้านที่เดือดร้อน

นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า หลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนละเมิดสิทธิในทรัพย์สิน ปราศจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบ และเมื่อเปรียบเทียบกับราคาประเมินที่ดินปัจจุบันและอนาคต ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบสูญเสียสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดิน สูญเสียมูลค่าที่ดินและทรัพย์สินบนที่ดินที่ถูกเสาไฟฟ้าและแนวสายไฟพาดผ่าน โดยประชาชนผู้ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนจากโครงการ ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นเมื่อ พ.ศ.2551 รวมทั้งยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการใช้กฎหมายของการไฟฟ้าฉบับดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง แต่ กฟผ.กลับเดินหน้าตัดฟันต้นไม้ โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.พร้อมอาวุธครบมือเข้าไปคุ้มครองการดำเนินการตัดฟันรื้อถอน ไม่รอการพิจารณาของศาล ซึ่งหากผลการพิจารณาของศาลว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านได้

กรรมการสิทธิฯ กล่าวอีกว่า วันที่ 5 และ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา กฟผ.ได้นำเจ้าหน้าที่พร้อมตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปรื้อถอนทำลายทรัพย์ชาวบ้าน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ถือเป็นการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ ทางคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านที่ดินและป่าเห็นว่า การดำเนินการของ กฟผ.ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินที่ดินของผู้ร้อง และอาจสร้างความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย จึงมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอต่อ กฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหา 1.ขอให้ กฟผ. ยุติการดำเนินการใดๆ อันจะทำให้เกิดความ เสียหายต่อผู้ร้องหรือทรัพย์สินของผู้ร้อง จนกว่าคดีในศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญจะถึงที่สุด รวมทั้งยุติการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองกระทำการใดๆในลักษณะเผชิญหน้า ยั่วยุกับกลุ่มผู้ร้อง เพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอให้ศาลปกครอง พิจารณามาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน 3.กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อุดรธานีแล้ว ยังมีในอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ กฟผ.ในลักษณะดังกล่าว หากศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่เร่งพิจารณาคดีความให้เป็นที่ยุติ จะกลายเป็นการขยายความขัดแย้งจากโครงการก่อสร้างแนวสายส่งไฟฟ้าให้ลุกลามไปในอีกหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดน่าน อยุธยา

```


แท็กที่เกี่ยวข้อง: