วุฒิสภาเปิดอภิปรายทั่วไปวันแรกมุ่งไปที่ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว
บรรยากาศบริเวณลานพระราชวังดุสิต หรือลานพระบรมทรงม้าเริ่มมีประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางมาบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ถึงวันที่นัดชุมนุมก็ตาม ซึ่งกิจกรรมบนเวทีก็มีเพียงการพูดคุยกันของกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น ยังไม่มีแกนนำมาปราศรัย หรือทำกิจกรรมอื่น
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตำรวจชุดปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม หรือ อพส. พร้อมนำเต้นท์ 2,000 หลังไปมอบให้ตำรวจที่ประจำจุดบริเวณราชดำเนินนอก ตั่งแต่แยกมิกสวันจนถึงแยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมย้ำให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบรัดกุม หนักแน่น และทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด
สำหรับกำลังตำรวจ 112 กองร้อย จะนำมาใช้เพื่อดูแลสถานที่สำคัญ แบ่งเป็น ทำเนียบรัฐบาล 52 กองร้อย, รัฐสภา 18 กองร้อย, สวนจิตรลดา 12 กองร้อย, ลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า 9 กองร้อย, โรงพยาบาลศิริราช 2 กองร้อย, กองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 กองร้อย, บ้านบุคคลสำคัญ 2 กองร้อย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 กองร้อย
ตลอดทั้งวัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาล โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งมีรายงานว่านายกรัฐมนตรีสั่งการรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจัดตั้งศูนย์ หรือวอร์รูมในการติดตามสถานการณ์การชุมนุม โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมที่กำชับให้เตรียมกำลังพลพร้อมสนับสนุนฝ่ายตำรวจ และให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมชุดปฏิบัติการณ์ฉุกเฉิน และรถฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็ว พร้อมให้ ครม.ชุดเล็ก หรือ รัฐมนตรี 9 คน เตรียมประชุมในทุกสถานการณ์และทุกสถานที่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยจะดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน และหลักสากล ซึ่งทันทีที่มีการยุติการชุมนุมจะยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ทันที
พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส. แถลงยืนยันความพร้อมของการชุมนุมตามกำหนดนัดหมายในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ย.) และระบุที่จะเปิดโปงกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันบนเวทีปราศรัย รวมถึงการเตรียมการรวบรวมรายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยสงบ และปราศจากอาวุธ
ส่วนที่รัฐสภา สมาชิกวูฒิสภาได้เปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่มีการลงมติในวันแรก โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอภิปรายเข้าร่วมรับฟังและชี้แจง โดยการอภิปรายวันแรกมุ่งไปที่ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว และแนวทางการแก้ไข ที่ทาง ส.ว.พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง อีกทั้งยังพบการทุจริตทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ ทาง ส.ว.ยังเตรียมที่จะอภิปรายปัญหาการแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ขาดเอกภาพ รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่อง โดย ส.ว.จะใช้เวลาอภิปรายในวันที่ 28 พฤศจิกายนอีก 1 วัน
