นายกฯยันการจับสายลับกัมพูชาเป็นไปตามกฎหมาย
นายสุชาติ มูฮัมหมัด ชาวไทย, นายอึ้ง กิมไทย ชาวกัมพูชา และนายเหวียง เติ้กยัง ชาวเวียดนาม ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวันที่ 5 หลังถูกจับกุมพร้อมแผนที่ระบุที่ตั้งทางทหารของไทยบริเวณชายแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษ และถูกแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำใดใดเพื่อให้ได้มาซึ่งความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ
โดยก่อนหน้านี้นายสุชาติได้ขอให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจพร้อมซัดทอดว่า มีผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวกัมพูชาอีก 2 คน กำลังหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดนไทย - กัมพูชา ให้ตรวจสอบแล้ว
สำหรับการสอบสวนผู้ต้องหา พล.ต.ต.เสริมสุข วีระวงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่า ได้ประสานไปยังสถานกงสุลของแต่ละประเทศเข้าร่วมฟังการสอบปากคำในสัปดาห์นี้ ตามกระบวนการในข้อตกลงระหว่างประเทศ
ส่วนการตรวจสอบแผนที่ทางทหาร และที่ตั้งหลุมหลบภัยบริเวณชายแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษที่ยึดได้จากผู้ต้องหา ทหารพบว่าเป็นพิกัดที่ผู้ต้องหากำหนดขึ้นเอง ซึ่ง พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 23 ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อการวางกำลังของทหาร แต่ได้กำชับให้เพิ่มมาตรการป้องกันบุคคลต้องสงสัย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจับกุมสายลับเป็นไปตามกฎหมาย หลังทางการกัมพูชาออกแถลงการณ์ตอบโต้ไทย โดยกล่าวหาว่ากุข่าวเรื่องจับสายลับ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ตอบโต้แล้ว
สำหรับประเด็นการขอแลกตัวสายลับที่จับได้กับนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ต้องดูที่ข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ กัมพูชาต้องให้ความเคารพในขบวนการและระบบศาลของไทยด้วย
