" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news22042013/164082-imagepng-240743.png
นายวีรชัย พลาศัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายต่อสู้คดีเขาพระวิหารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงทีมทนายได้แก่ ศาสตราจารย์โดนัลด์ เอ็ม แม็คเรย์, ศาสตราจารย์เจมส์ ครอว์ฟอร์ด, ศาสตราจารย์อแลง แปลเล่ต์ และน.ส.อลินา มิรอง
นายวีรชัยกล่าวว่า ไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนทั้งทางวาจา และลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ยอมรับคำตัดสินได้ทันที โดยที่ไม่เกิดความขัดแย้งภายหลัง นอกจากนี้ ไม่ขอคาดเดาคำพิพากษาของศาลโลกว่ากรณีใดที่จะส่งผลดี-ผลเสียต่อประเทศไทย ทั้งนี้ มีการคาดการณ์แนวทางในการตัดสิน 4 แนวทาง ดังนี้ 1. ศาลโลกยกฟ้อง เนื่องจากศาลโลกไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดี 2. ศาลโลกพิพากษาให้ใช้แนวเขตเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทยได้ยกพื้นที่ให้กัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 3. ศาลโลกให้ขยายเขตพื้นที่รอบตัว “ปราสาทพระวิหาร” ให้แก่กัมพูชา 4. ศาลโลกให้ใช้เส้นเขตแดนตามแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนตารางกิโลเมตร ที่ประเทศฝรั่งเศสได้กำหนดขึ้นเอง
นอกจากนี้ นายวีรชัย ยังระบุว่า หลังจบการแถลงด้วยวาจาแล้ว ยังไม่มีการติดต่อกับทางประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 ประเทศไม่ได้โกรธกัน ทั้งนี้ หากต้องติดต่อจะต้องขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา หรือรัฐบาลเสียก่อน พร้อมยืนยันว่า คำตัดสินของศาลโลกจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน รวมถึงทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน, หน่วยงานภาครัฐ, ฝ่ายนิติบัญญัติ ตลอดจนสื่อมวลชนในการเสนอแนะ และให้ข้อมูล
