โฆษก ทบ.ปัดข่าว "สุเทพ" เข้าพบ ผบ.ทบ.

การเมือง
14:16
จำนวนผู้ชม 18
Thai PBS
โฆษก ทบ.ปัดข่าว "สุเทพ" เข้าพบ ผบ.ทบ.

โฆษกกองทัพบกปฏิเสธข่าวการพบกันของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนการแถลงจุดยืนกองทัพผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยระบุว่าขอความเป็นธรรมให้กับกองทัพต่อการนำเสนอข่าวด้วย ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันถึงการไม่ดึงสถาบันยุ่งเกี่ยวการเมือง หลังผู้บัญชาการทหารบกย้ำให้เห็นความสำคัญต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้

จากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่เปิดใจให้สัมภาษณ์ต่อทิศทางการเมือง บทบาทของกองทัพ ในระหว่างช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง 3 สัปดาห์สุดท้าย ตัวแทนแกนนำพรรคการเมือง ต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการหาเสียงมองในประเด็นนี้ว่าเป็นจุดยืนที่พูดในหลักการทั่วไป และไม่ถือว่าเป็นการชี้นำ ขณะที่อดีตผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ซึ่งเป็น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ราชบุรี พรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของทหารทั้งการแสดงออกและการวางตัวทางการเมือง

ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ไม่ติดใจกับการออกรายการโทรทัศน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่าการพาดพิงอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่เกี่ยวข้องกับคดีละเมิดสถาบันชั้นสูง จะไม่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ต้องการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่เชื่อว่าจุดยืนของกองทัพเป็นการสกัดกั้นพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพบกได้แถลงกรณีการชี้แจงผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์ในเครือกองทัพบกของผู้บัญชาการทหารบกว่า ไม่ได้ต้องการนำกองทัพไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่แสดงถึงจุดยืนของกองทัพต่อสถานการณ์บ้านเมือง ที่ไม่ต้องการให้เกิดการแบ่งแยก หรือ แตกแยกทางสังคม

โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ไม่ได้เข้าพบผู้บัญชาการทหารบกก่อนการพูดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ และแม้ว่าจะมีการเข้าพบก็เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากนายสุเทพจะต้องหารือในเรื่องงาน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง

ขณะที่นายสุเทพปฏิเสธข่าวการพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีเพียงการเชิญ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก และคณะ มาพบเพื่อสั่งงานเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดของชุดยุทธศาสตร์ 315 ส่วนการออกรายการของผู้บัญชาการทหารบก เป็นเรื่องการเตือนสติคนหลายฝ่ายในฐานะเป็นผู้นำกองทัพ ซึ่งไม่ควรนำมาเป็นประเด็นโจมตีซึ่งกัน ซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรมกับกองทัพ