ศาลพิจารณาลับหลังสั่งจำคุก 35 ปี อดีตประธานาธิบดี

ต่างประเทศ
05:42
จำนวนผู้ชม 33
ศาลพิจารณาลับหลังสั่งจำคุก 35 ปี อดีตประธานาธิบดี

ศาลในตูนีเซียซึ่งทำการพิจารณาคดีลับหลังอดีตผู้นำประเทศที่หนีการปฏิวัติประชาชนไปลี้ภัยในซาอุดิอาระเบียตัดสินว่า อดีตประธานาธิบดี และภรรยา มีความผิดฐานโจรกรรมหรือลักทรัพย์ และสั่งลงโทษจำคุกคนละ 35 ปี

ชาวตูนีเซียหลายร้อยคนมาชุมนุมที่กระทรวงยุติธรรมในกรุงตูนิสเพื่อเรียกร้องให้นำตัวนายซีเน อัล-อาบีดีเน เบน อาลี อดีตประธานาธิบดีของตูนีเซีย วัย 74 ปี กลับมารับโทษในประเทศ
 
อดีตประธานาธิบดีเบน อาลี และภริยาคือนางเลลา ถูกชาวตูนีเซียลุกฮือขึ้นโค่นล้มและได้หนีไปลี้ภัยในซาอุดิอาระเบียตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดทางการซาอุดิอาระเบียก็ได้ออกมาแถลงว่า ยังไม่มีหนังสือขอตัวมาจากรัฐบาลเฉพาะกาลของตูนีเซีย
 
การโค่นล้มนายเบน อาลี ถือเป็นจุดกำเนิดของการปฏิวัติประชาชนในโลกอาหรับ ซึ่งดำเนินมาอย่างดุเดือดจนถึงเวลานี้ ทั้งในซีเรีย ลิเบีย และเยเมน
 
การพิจารณาคดีตลอดทั้งวันมาสิ้นสุดเมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา (21 มิ.ย.) ตามเวลาในประเทศไทย โดยศาลตูนีเซียพิพากษาว่า นายเบน อาลี และภรรยา มีความผิดฐานโจรกรรมหรือลักทรัพย์ พร้อมสั่งจำคุกเป็นเวลาคนละ 35 ปี
 
ศาลยังเปิดเผยด้วยว่า การพิจารณาข้อหาเบียดบังทรัพย์สินแผ่นดินไปเป็นของส่วนตัวหรือคอรัปชั่น/ การมียาเสพติดและอาวุธไว้ภายในครอบครอง จะมีคำตัดสินในเวลาต่อไป
 
ทนายความชาวเลบานอนของนายเบนอาลีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้เขาก็ยังไม่รับวีซ่าและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในตูนีเซีย เพื่อว่าความให้กับนายเบน อาลี ดังนั้นการพิจารณาและตัดสินลับหลังของศาลตูนีเซียครั้งนี้ จึงไม่เป็นธรรม
 
ล่าสุดนายเบน อาลี ได้ออกแถลงการณ์จากซาอุดิอาระเบีย มีใจความว่า การตัดสินแบบนี้ไม่ชอบด้วยกระบวนการพิจารณาคดีทางอาญา ดังนั้นจึงเป็นเพียงความยุติธรรมของผู้ชนะเท่านั้น
 
อดีตประธานาธิบดีตูนีเซียระบุด้วยว่า ศาลถูกนำมารับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า รัฐบาลเฉพาะกาลในตูนีเซียเวลานี้ไม่สามารถสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นได้ จึงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการกล่าวโทษอดีตผู้นำที่เคยทำคุณประโยชน์ไว้อย่างมากมายในการปกครองตูนีเซียเป็นเวลา 23 ปี