ฮ่องกงอ่วม! น้ำมันพุ่งทุบสถิติโลกแกลลอนละ 15 ดอลลาร์ หรือ 150 บาท/ลิตร

ต่างประเทศ
17:14
จำนวนผู้ชม 540
ฮ่องกงอ่วม! น้ำมันพุ่งทุบสถิติโลกแกลลอนละ 15 ดอลลาร์ หรือ 150 บาท/ลิตร
แม้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ จะถูกมองว่าสูงแตะ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน แต่ใน ฮ่องกง ราคาน้ำมันกลับพุ่งทะลุ 15 ดอลลาร์ต่อแกลลอน กลายเป็นแพงที่สุดในโลก ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

วันนี้ (3 เม.ย.2569) CNN รายงานว่า ชาวฮ่องกงกำลังต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงที่สุดในโลก โดยราคาพุ่งไปแตะระดับ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐ/แกลลอน หรือ ตกลิตรละ 150 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าราคาน้ำมันในสหรัฐอเมริกาถึงเกือบ 4 เท่าตัว

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันในฮ่องกงดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในเดือน มี.ค. คือความขัดแย้งตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้ตัดขาดสายป่านทางการพลังงานของประเทศในแถบเอเชีย ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าผ่านเส้นทางนี้

ฮ่องกงซึ่งเป็นเกาะที่ต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด จึงได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้น ๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ฮ่องกงจะเป็นเมืองที่น้ำมันแพงที่สุดในโลกอยู่แล้ว เนื่องจากปัจจัยด้านภาษีและค่าเช่าที่ดินที่สูงลิ่ว แต่สงครามครั้งนี้กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

เจสัน กัน ที่ปรึกษาธุรกิจอิสระในฮ่องกง ผู้ขับรถยนต์ขนาดเล็ก เปิดเผยว่า แม้เขาจะมีบัตรสมาชิกส่วนลดต่าง ๆ แต่ราคาน้ำมันที่เขาต้องจ่ายในตอนนี้พุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม เขายังเสริมอีกว่าสถานการณ์นี้ทำให้ชาวฮ่องกงจำนวนมาก เลือกที่จะเดินทางข้ามพรมแดนไปยังเมืองเซินเจิ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อซื้อของ กินข้าว และที่สำคัญที่สุดคือ "เติมน้ำมัน" ซึ่งมีราคาถูกกว่าในฮ่องกงถึง 3 เท่า

ในขณะเดียวกัน "หลิว" ไรเดอร์ส่งอาหาร ระบายความในใจว่า อาชีพของเขากำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะค่าน้ำมันในการไปส่งอาหารแต่ละมื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ค่ารอบหรือค่าจ้างที่ได้รับกลับเท่าเดิม ทำให้การวิ่งงานในแต่ละวัน แทบจะไม่เหลือเงินกำไรหลังหักค่าน้ำมัน ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งสัญญาณเตือนว่า ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นกำลังลามไปสู่ภาคบริการและร้านอาหาร ซึ่งท้ายที่สุดจะถูกส่งต่อให้ผู้บริโภคผ่านราคาอาหารที่แพงขึ้น

ขณะที่ จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฮ่องกงยังคงสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ความมั่นคงทางพลังงานของเมืองยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากฮ่องกงนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันกว่าร้อยละ 80 จากจีนแผ่นดินใหญ่

โดยแถลงการณ์ของรัฐบาลฮ่องกงระบุว่า ได้การสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากมาตุภูมิ ทำให้ฮ่องกงสามารถรักษาเสถียรภาพในการจัดหาพลังงาน ท่ามกลางภาวะขาดแคลนพลังงานในหลายภูมิภาคทั่วโลก

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า แม้ว่าจำนวนผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวในฮ่องกง จะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 8.4 ของประชากรทั้งหมด 7.5 ล้านคน แต่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะส่งผลกระทบเป็นทอด ๆ เริ่มจากต้นทุนโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดเงินเฟ้อในสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท นอกจากนี้ ยังจะซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจของฮ่องกง ที่พยายามจะฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและการบริโภค เนื่องจากประชาชนเริ่มหันไปใช้จ่ายในเมืองเพื่อนบ้าน ที่มีค่าครองชีพถูกกว่าแทน

อ่านข่าวอื่น :

จับตาราคาก๊าซหุงต้มขยับ ผู้ประกอบการชี้อั้นไม่ไหวอาจขึ้นราคา

“หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาด “ค้าภายใน” ยันราคาปรับสูงเพราะอากาศร้อน

บาห์เรนเสนอ UNSC "ใช้ทุกวิธี" ปกป้องเรือผ่านฮอร์มุซ เตรียมโหวตเช้า 4 เม.ย.