บาห์เรนเสนอ UNSC "ใช้ทุกวิธี" ปกป้องเรือผ่านฮอร์มุซ เตรียมโหวตเช้า 4 เม.ย.

ต่างประเทศ
15:48
จำนวนผู้ชม 340
บาห์เรนเสนอ UNSC "ใช้ทุกวิธี" ปกป้องเรือผ่านฮอร์มุซ เตรียมโหวตเช้า 4 เม.ย.
UNSC เตรียมลงมติร่างข้อเสนอจากบาห์เรน ไฟเขียวใช้ "ทุกมาตรการป้องกันที่จำเป็น" คุ้มกันการเดินเรือในฮอร์มุซ เจ้าชายซาอุฯ ต่อสายตรงล็อบบี้รัสเซีย-จีนห้ามวีโต้ ขณะที่จีนแสดงจุดยืนคัดค้านเตือนเสี่ยงยกระดับความขัดแย้ง

วันนี้ (3 เม.ย.2569) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงมติในเช้าวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. เกี่ยวกับร่างมติที่เสนอโดย บาห์เรน ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือการเปิดทางให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ "ทุกมาตรการป้องกันที่จำเป็น" เพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

เปิดข้อมติบาห์เรน "ทุกวิถีทาง" เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

ร่างข้อมติที่บาห์เรนเสนอต่อ UNSC และถูกเผยแพร่ผ่าน CNN ระบุสาระสำคัญว่า ให้อำนาจแก่ประเทศต่าง ๆ ในการใช้ "มาตรการป้องกันที่จำเป็นทุกประการ" (All defensive means necessary) เพื่อรับรองความปลอดภัยในการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่ปัจจุบันกำลังถูกคุกคามจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ร่างข้อมตินี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเขตน่านน้ำสากล แต่ยังครอบคลุมไปถึงการให้อำนาจรัฐสมาชิกที่เข้าร่วม ไม่ว่าจะดำเนินการเดี่ยวหรือรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรกองเรือ สามารถปฏิบัติการภายในน่านน้ำอาณาเขตของรัฐที่อยู่ติดกับช่องแคบได้ด้วย หากมีความจำเป็นเพื่อขัดขวางหรือยับยั้งความพยายามใด ๆ ที่จะปิดกั้นหรือขัดขวางการเดินเรือสากล โดยจะมีระยะเวลาบังคับใช้อย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันที่ประกาศรับรอง และกำหนดให้รัฐที่ร่วมปฏิบัติการต้องรายงานผลต่อ UNSC ทุกรายไตรมาส

ซาอุดีฯ ต่อสายตรง "รัสเซีย-จีน" ห้ามวีโต้

แหล่งข่าวทางการทูต เปิดเผยว่า เดิมทีการโหวตกำหนดจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็นเช้าวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาระดับสูงในนาทีสุดท้าย

โดยเฉพาะบทบาทของ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ทรงต่อสายตรงถึง ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งมีรายงานเบื้องต้นระบุว่า รัสเซียอาจจะไม่ขัดขวาง หรือไม่ออกเสียงคัดค้านข้อมตินี้ เพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ที่กำลังกังวลเรื่องเสถียรภาพน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ยังอยู่ที่ประเทศจีน โดยมีรายงานว่าเจ้าชายซาอุฯ เตรียมจะหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปักกิ่งในลำดับถัดไป แต่ทูตจีนประจำสหประชาชาติ "ฟู่ คง" ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรัดกุมผ่านถ้อยแถลงต่อสภาความมั่นคงฯ ว่า การให้อำนาจใช้กำลังทางทหารในลักษณะนี้ คือการสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรงที่ขัดต่อกฎหมายสากล และจะเป็นการกระตุ้นให้สถานการณ์เลวร้ายลงจนยากจะควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสันติภาพของโลก

ในร่างมติดังกล่าวได้บรรยายถึงพฤติกรรมของอิหร่านว่า เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และเตือนว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะเกิดผลกระทบที่ย้อนกลับมาทำลายการค้าโลก ความมั่นคงทางพลังงาน และห่วงโซ่อุปทานของทุกประเทศสมาชิก โดยย้ำว่าเรือและเครื่องบินทุกลำมีสิทธิ์ในการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยที่ "ห้ามมิให้ผู้ใดขัดขวาง"

นอกจากนี้ ร่างมติยังเรียกร้องให้รัฐที่เข้าร่วมปฏิบัติการทางเรือ ต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิด และต้องมั่นใจว่าการดำเนินการนั้นเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล โดยระบุชัดเจนว่าอำนาจนี้จะใช้เฉพาะกับกรณีช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่อาจถูกนำไปอ้างอิงในพื้นที่ทับซ้อนอื่น ๆ ทั่วโลก

แม้ว่าชาติตะวันตกส่วนใหญ่จะเห็นชอบกับการปกป้องเส้นทางการค้า แต่การอนุมัติให้กองเรือต่างชาติ เข้าไปปฏิบัติการรวมถึงในเขตน่านน้ำอาณาเขต ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมากต่อประเด็นอธิปไตยของชาติชายฝั่ง ซึ่งแน่นอนว่าอิหร่านย่อมมองว่า นี่คือการประกาศสงครามทางอ้อมและการรุกล้ำอธิปไตยของตน

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังผลักดันนโยบายกดดันอิหร่านขั้นสูงสุด การที่บาห์เรนซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ เป็นผู้เสนอมติครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมในนามสหประชาชาติ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือน เม.ย.นี้ หากการเจรจาทางการทูตล้มเหลว และอิหร่านยังคงเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน

อ่านข่าวอื่น :

บังกลาเทศ ลดชั่วโมงทำงาน ประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตจากการสู้รบ

เปิดข้อบังคับประชุมสภาฯ "ห้ามไม่ให้อ่านเอกสาร" ในที่ประชุมจริงหรือ

กต.เผยพบ "ชิ้นส่วนมนุษย์" บนเรือ 'มยุรี นารี' รอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล