ชาวบราซิลประท้วงรัฐบาลรุนแรง หลังไม่พอใจทุ่มเงินจัดแข่งกีฬา-ละเลยคุณภาพชีวิตปชช.

ต่างประเทศ
07:52
จำนวนผู้ชม 154
Thai PBS
ชาวบราซิลประท้วงรัฐบาลรุนแรง หลังไม่พอใจทุ่มเงินจัดแข่งกีฬา-ละเลยคุณภาพชีวิตปชช.

รัฐบาลบราซิลกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี สาเหตุมาจากความไม่พอใจที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณไปกับการเตรียมงานเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก แต่กลับละเลยคุณภาพชีวิตของประชาชน

ท้องถนนในนครเซาเปาโลช่วงค่ำวานนี้ (18มิ.ย.56) แน่นขนัดไปด้วยประชาชนราว 50,000 คนที่ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล โดยศูนย์กลางของการประท้วงอยู่ที่จตุรัส "ปราซา ดา เซอ" เป็นการประท้วงติดต่อกัน 6 วัน ภาพจากมุมสูงแสดงให้เห็นว่า มีผู้ประท้วงบางส่วนก่อเหตุรุนแรง ด้วยการทุบทำลายกระจกอาคาร, ขว้างระเบิดเพลิงใส่ตำรวจ และมีการเผารถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มีคนบางกลุ่มสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สินในร้านค้าและทุบประตูเข้าไปในธนาคาร

ด้านนายกเทศมนตรีนครเซาเปาโล เสนอให้ลดค่าโดยสารรถประจำทาง โดยหวังจะช่วยบรรเทาความไม่พอใจของประชาชน ก่อนหน้านี้ผู้ประท้วงบอกว่าการขึ้นค่าโดยสาร 10 เซ็นต์หรือประมาณ 3 บาทซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ประชาชนทนไม่ไหวกับอัตราการจัดเก็บภาษีที่สูงมาก และการขึ้นค่าบริการสาธารณะต่างๆ แต่บริการขั้นพื้นฐาน และการศึกษากลับไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น และเห็นว่า รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการสร้างสนามกีฬา และการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีหน้า และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในปี 2016 ซึ่งจัดที่นครริโอเดอจาเนโร

การประท้วงครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของบราซิลนับตั้งแต่ปี 2535 ที่ประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อกดดันให้มีการถอดถอนอดีตประธานาธิบดีเฟอร์นันโด คอลลอร์ เดอ เมลโล่

การประท้วงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นในเมืองต่างๆทั่วประเทศอย่างน้อย 12 แห่ง โดยมีผู้ประท้วงรวมแล้วมากกว่า 200,000 คน นางดิลม่า รุสเซฟ ประธานาธิบดีหญิงของบราซิลได้กล่าวชื่นชมการประท้วงในครั้งนี้ ว่า เธอรู้สึกภูมิใจที่เห็นประชาชนต่อสู้เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และแสดงให้เห็นถึงระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง รัฐบาลกำลังฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง
นางรุสเซฟได้เดินทางไปที่นครเซาเปาโล เพื่อหารือกับนายกเทศมนตรีหาทางออกให้กับเรื่องนี้ แต่ถ้อยแถลงของผู้นำบราซิลไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น มีรายงานว่าวันนี้เกิดการประท้วงระลอกใหม่ในนครเซาเปาโล และริโอเดอจาเนโร
ส่วนที่ประเทศตุรกี ผู้ประท้วงได้เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยเปลี่ยนจากการเดินขบวนประท้วงรัฐบาลมาเป็นการยืนสงบนิ่ง ซึ่งตอนแรกมีคนยืนแค่ 1 หนึ่ง แต่ต่อมาก็มีผู้ประท้วงคนอื่นๆเข้าร่วมนับร้อยคน
ด้านนายเรเซ็ป ทายยิป เออร์โดกัน นายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันว่าจะใช้ความรุนแรงขั้นเด็ดขาดจัดการกับผู้ที่ก่อความรุนแรง ทางการจะไม่อดทนกับบุคคลหรือกลุ่มองค์ใดก็ตามที่ก่อเหตุรุนแรง โดยรัฐบาลจะเพิ่มอำนาจให้ตำรวจจัดการกับการประท้วงที่อาจจะเกิดขึ้นอีก