" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news25062013/179774-imagejpeg-264094.jpg
ทางการอินโดนีเซียระดมเจ้าหน้าที่กว่า 2,000 นาย ประกอบด้วยทหาร, ตำรวจ, หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปดับไฟป่าในเมืองริเอา บนเกาะสุมาตรา โดยนายซูซิโล่ บัมบัง ยุดโดโยโน่ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ทุกคนจะต้องช่วยกันดับไฟป่า และยับยั้งการเกิดหมอกควันในเมืองริเอา ก่อนหน้านี้ ผู้นำอินโดนีเซียได้กล่าวขอโทษประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากหมอกควันไฟป่า โดยเฉพาะทางภาคใต้ของมาเลเซียที่เผชิญกับมลภาวะทางอากาศที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 16 ปี ส่งผลกระทบทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการทำธุรกิจ
ส่วนที่ประเทศมาเลเซียวันนี้ (25 มิ.ย.) โรงเรียนในกรุงกัวลาลัมเปอร์กลับมาเปิดการเรียนตามปกติ แม้ว่าดัชนีมลภาวะทางอากาศยังคงอยู่ในระดับอันตรายคือ 198 นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เห็นอาคารปิโตรนาสอย่างชัดเจน เนื่องจากทั่วทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน และในวันพรุ่งนี้รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียจะหารือกับรัฐมนตรีของอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควันที่เกิดจากไฟป่าในอินโดนีเซีย
ส่วนที่รัฐอุตตระขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดีย กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งเลวร้าย เนื่องจากเกิดฝนตกหนักที่เกิดขึ้นก่อนฤดูมรสุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน สูญหายอีกหลายหมื่นคน ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมดินถล่ม บ้าน และอพาร์ทเม้นท์หลายหลังที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจมหายไปกับกระแสน้ำ
กองทัพระดมเจ้าหน้าที่ไปช่วยอพยพประชาชน และผู้ที่ติดอยู่กลางน้ำท่วม และเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งช่วยกันลำเลียงท่อนไม้ขึ้นเครื่องบินเพื่อนำไปให้ประชาชนใช้ทำพิธีเผาศพ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ในขณะที่การรถไฟเพิ่มขบวนรถเที่ยวพิเศษ เพื่อช่วยอพยพประชาชน
ขณะที่ผู้ว่าการรัฐ "มหารัชตะ" เสนอความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ด้านนายกรัฐมนตรีมานโมฮาน ซิงห์ ประกาศให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกจะได้รับเงินชดเชยครอบครัวละ 200,000 รูปี หรือประมาณ 102,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินชดเชยรายละ 50,000 รูปี หรือประมาณ 25,200 บาท
