
" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news03072013/181474-imagepng-266785.png
กลุ่มหน้ากากขาวประกาศหยุดพักการชุมนุม เพื่อให้ทุกกลุ่มที่เข้าร่วมกลับไปทบทวนบทบาทของตนเองให้ชัดเจน พร้อมยืนยันจะกลับมารวมตัวเคลื่อนไหวอีกครั้ง ขณะที่วันนี้ (3ก.ค.56) จะมีการประชุมใหญ่ นปช. เพื่อหาข้อสรุปเรื่องผลักดันให้นายจตุพร พรหมพันธ์ รับตำแหน่งประธาน นปช. แทนนางธิดา ถาวรเศรษฐ์
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หลังจากแกนนำหลายคนส่งสัญญาณต้องการผลักดันให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่พลาดตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายครั้ง มารับตำแหน่งประธาน นปช.แทนนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ โดยในบ่ายวันนี้จะมีการประชุมใหญ่ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากประเมินว่าอีก 2-3 เดือนข้างหน้า สถานการณ์การเมืองมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่ขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวชุมนุมของบุคคลหลายกลุ่ม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำ นปช. กล่าวว่า ในการประชุมแกนนำ นปช. มีการวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินภาพรวม เห็นว่า หากวันหน้ามีความเข้มข้นในการต่อสู้ทางการเมือง ก็อาจจะถึงเวลาที่จะให้นายจตุพร มาทำหน้าที่ประธาน นปช. แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ นางธิดา ยังทำหน้าที่ประธาน นปช.ตามเดิม
นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า สมาชิก นปช.บางคน มีความไม่พอใจที่ นายจตุพร หลุดโผการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ เนื่องจากหลายคนมั่นใจว่า นายจตุพร มีขีดความสามารถและศักยภาพที่จะทำหน้าที่ได้ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจไปแล้วทุกคนก็เคารพการตัดสินใจ ไม่มีการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับพรรคหรือรัฐบาลแต่อย่างใด
ด้านกลุ่มหน้ากากขาวได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ก V For Thailand ระบุว่า ขอหยุดพักกิจกรรมโดยมีเนื้อหา ระบุว่า จะพักกิจกรรม เพื่อให้กลับไปทบทวนบทบาทของทุกกลุ่มที่กำลังดำเนินการโค่นอำนาจเผด็จการ และคอร์รัปชั่น ว่าแนวทางของแต่ละคน ใช่แนวทางที่ชาว V ต้องการหรือไม่ ดังนั้น V For Thailand ขอประกาศ พักกิจกรรม ในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะกลับมาเปิดกิจกรรมอีกครั้ง เมื่อทุกกลุ่มพร้อมที่จะดำเนินการตามแนวทางเดียวกัน
ก่อนหน้านี้หน้าเพจ V For Thailand ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เครื่องหมายหน้ากากขาว มีไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมกันของประชาชน ไม่มีสีไม่มีกลุ่มไม่มีแกนนำ ทุกคนต้องพร้อมจะเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ผู้ใด มิได้เคลื่อนไหวในวัตถุประสงค์แอบแฝง ก็ให้พิจารณาด้วยปัญญาเอง พลังที่บริสุทธิ์ ต้องเกิดจาก ปัญญาของประชาชน