สำรวจพูลวิลลาภูเก็ต โครงการสามี "บุ๋ม ปนัดดา"
ความเคลือบแคลงสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อมีข้อมูลปรากฏว่า เส้นทางการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดีถูกโอนไปยังบัญชีของผู้รับเหมาก่อสร้างจำนวนประมาณ 45 ล้านบาท และที่น่าตกใจ คือ มีเงินบางส่วนถูกโอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของ "ก็อต อธิป" สามีของ "บุ๋ม ปนัดดา" ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิ ร้อนถึง "บุ๋ม ปนัดดา" ที่ต้องออกมาไลฟ์ชี้แจงว่า งบประมาณก่อสร้างมูลนิธิ 50 ล้านบาทนั้น ใช้สำหรับสร้างอาคารและปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้เป็นศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในเหตุภัยพิบัติ พร้อมงัดหลักฐานโฉนดที่ดินโอนกรรมสิทธิ์ในนามมูลนิธิเมื่อ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าไม่ได้นำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
เมื่อทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดก่อสร้างมูลนิธิฯ เนื้อที่ 2 ไร่ 300 ตารางวา บริเวณคลอง 8 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบว่ามีการก่อสร้างอาคารรวม 4 หลัง แต่ถนนทางเข้ายังเป็นดินลูกรังและมีน้ำขัง ภายในมีอาคารที่กำลังก่อสร้างลักษณะเปิดโล่ง รวมถึงสำนักงานและที่เก็บสิ่งของบริจาค โดยชาวบ้านละแวกนั้นยืนยันว่ามูลนิธิเริ่มสร้างมาประมาณ 3 ปี และช่วยเหลือชุมชนมาโดยตลอด ส่วนข้อสงสัยเรื่องเงินก็อยากให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
ทว่าเรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อ "นายอภิชาติ" หรือ "เอ๋" ผู้รับเหมาก่อสร้าง ออกมาเปิดใจผ่านรายการโหนกระแสว่า เขาได้ร่วมทุนสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ตกับนายอธิป สามีของบุ๋ม โดยแบ่งสัดส่วน 60/40 พร้อมอ้างว่าได้รับเงินโอนเข้าบัญชี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าก่อสร้างพูลวิลล่าจริง แต่อีกส่วนนายอธิปเป็นคนแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้ามา และสั่งให้โอนกลับเข้าบัญชีส่วนตัวของนายอธิป โดยที่นายอภิชาติก็ไม่ได้ซักถามว่าเป็นเงินค่าอะไร พร้อมยืนยันว่าตนไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด และเตรียมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบรายการโอนเงิน 6 รายการ ยอดรวม 45 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 2 วัน พบข้อสังเกตว่ามีบางรายการที่มูลนิธิโอนให้บริษัทรับเหมา (เช่น 23 ธ.ค. 68 โอน 3.6 ล้านบาท และ 13.7 ล้านบาท) จากนั้นในคืนเดียวกัน บริษัทรับเหมาได้โอนเงินต่อไปให้สามีบุ๋ม 2 ครั้ง ครั้งละไม่ถึง 2 ล้านบาท และเมื่อตรวจสอบโครงการพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ก็พบว่ามีการประกาศขายในราคา 15–22 ล้านบาท โดยบริษัทที่ดำเนินโครงการมีนายอธิปเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ซึ่งล่าสุดได้จดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้วเมื่อ 3 ก.ย. 69
ด้านนายวิทยา นิติธรรม โฆษก ปปง. อธิบายข้อกฎหมายว่า การโอนเงินหลายทอดเพื่อความสะดวก แม้ผิดระเบียบแต่หากมีใบเสร็จถือว่าไม่ผิดทางอาญา ทว่าหากนำเงินมูลนิธิไปใช้ในกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จะเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และหากเงินต้นทางถูกยักยอกมาตั้งแต่แรกก็จะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินด้วย จากกระแสดราม่าที่ถาโถม ทำให้ล่าสุดมูลนิธิองค์กรทำดีได้ออกแถลงการณ์ประกาศระงับการรับเงินบริจาคทุกช่องทาง พร้อมสั่งให้บุ๋ม ปนัดดา ยุติการทำหน้าที่ประธานมูลนิธิชั่วคราว จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจะได้ข้อยุติ



























































