นายกฯ โต้คนวิจารณ์ "โซลาร์ภาคประชาชน"
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค. 69) กลับต้องเผชิญกับคลื่นวิจารณ์อย่างหนักถึงข้อสังเกตเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่ ร้อนถึงฝั่งรัฐบาลที่ต้องเรียงหน้าออกมาชี้แจงเมื่อวานนี้ (28 ต.ค. 69) โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ให้สัมภาษณ์ถึง 2 รอบ พร้อมโต้กลับกลุ่มผู้วิจารณ์ว่าเป็นคนที่ไม่ทำงาน เอาแต่ปั่นข่าวและบั่นทอนความเชื่อมั่น ทั้งที่โครงการนี้มีแต่สิ่งที่ดี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสการออม ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงสื่อมวลชนบางแห่งที่พยายามพาดพิงและเชื่อมโยงโครงการนี้เข้ากับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โดยขอให้สื่อมวลชนคำนึงถึงความเป็นมืออาชีพและสื่อสารข้อมูลให้ถูกต้อง พร้อมทิ้งท้ายอย่างดุเดือดว่า เมื่อสื่อมวลชนอ้างว่ามีข้อมูล ทางฝั่งรัฐบาลเองก็มีข้อมูลเช่นเดียวกัน
ทว่าในมุมของผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ กลับมีข้อสังเกตที่ทำให้หลายรายไม่อยากรับงานนี้ นั่นคือข้อกำหนดที่ต้องวางเงินประกัน (แบงก์การันตี) ถึง 50,000 บาทต่องาน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกยึดหากส่งมอบงานไม่ได้ภายใน 6 เดือน ทั้งที่ปกติการเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้าต้องใช้เวลา 3-6 เดือนหรืออาจนานกว่านั้น
นอกจากเงินก้อนแรกแล้ว ผู้รับเหมายังต้องวางเงินประกันอีก 10,000 บาท เป็นเวลานานถึง 7 ปี เพื่อรับประกันความชำรุดบกพร่อง อัคคีภัย การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ผู้ให้บริการมองว่า หากต้องรับติดตั้งหลายหลังจะกลายเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในธุรกิจได้
เพื่อคลายความกังวลดังกล่าว นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำทีมออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องให้บริษัทรับติดตั้งวางเงินประกัน 50,000 บาท ก็เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงาน โดยเงินส่วนนี้จะคืนให้ภายใน 7 วัน หลังจากที่การไฟฟ้าฯ เข้ามาตรวจสอบและเชื่อมต่อระบบเรียบร้อยแล้ว
แม้จะมีประเด็นถกเถียง แต่ความสนใจของประชาชนกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลเมื่อเวลา 14.00 น. ของเมื่อวานนี้ (28 ต.ค. 69) มีประชาชนยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 56,000 หลังคาเรือน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของ กฟภ. จำนวน 44,000 ราย และ กฟน. จำนวน 12,000 ราย




























































