จับตา ข้อเสนอตั้ง
หลักการเหตุผลและข้อกฎหมายตามธรรมนูญฟีฟ่าของสมาคมฟุตบอลที่ขัดแย้งกับความต้องการและจุดยืนของฝ่ายต่อต้านสมาคมที่นำโดยนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ และนายอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า หากยึดแต่เพียงตัวบทกฎหมายเป็นเครื่องตัดสินปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการโหวตรับธรรมนูญฟีฟ่าจะไม่มีทางออก
แต่การยึดหลักทางรัฐศาสตร์อาจจะเยียวยาปัญหาได้ดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่วงการฟุตบอลและประเทศชาติ โดยนายวัชระ กรรณิการ์ ในฐานะคนในวงการกีฬาแสดงความเห็นว่าสถาณการณ์กำลังลุกลามใหญ่โตซึ่งฝ่ายที่แพ้อาจต้องพินาศในที่สุด นอกจากนี้ยังเสนอให้มีนายกสมาคมคนกลางที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ทั้ง 2 ฝ่าย
ข้อเท็จจริง คือ กฎหมายและข้อบังคับที่ทั้ง 2 ฝ่ายยึดถือต่างมีความจำเป็นและถูกต้อง แต่เป็นความถูกต้องคนละมิติ ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นผู้มีความรู้และรักวงการฟุตบอล สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับวงการฟุตบอลไทย คือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และกำลังรุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่ง ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาวงการฟุตบอล
ข้อเสนอเพื่อดึงคนกลางเข้ามาลงชิงตำแหน่งนายกสมาคม อาจจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ เพื่อขจัดความคลางแคลงใจในการดำรงตำแหน่งของฝ่ายตรงข้าม แม้จะเป็นเพียงข้อเสนอที่ยังไม่มีการระบุตัวบุคคล แต่นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อว่า คนมีความรู้ความสามารถในวงการกีฬาไทยมีหลายคนที่เหมาะสมจะเข้ามาเป็นกาวใจนั่งในตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอล โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นที่เคารพนับถือของทั้ง 2 ฝ่าย รักฟุตบอล และไม่มีผลประโยชน์ใดใดทั้งสิ้น
