WHO ส่งจดหมายถึง "อนุทิน" หนุนคงภาษีเหล้า-บุหรี่ รักษาเงินทุน สสส.

การเมือง
15:55
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
WHO ส่งจดหมายถึง "อนุทิน" หนุนคงภาษีเหล้า-บุหรี่ รักษาเงินทุน สสส.

วันนี้ (25 ต.ค.2569) องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อทิศทางนโยบายสร้างเสริมสุขภาพของไทย พร้อมแนะนำให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคงภาระภาษีโดยรวมของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพประชาชนในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ส่งจดหมายลงวันที่ 14 ต.ค.2569 ถึงนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมสำเนาถึง รมว.ต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ รมว.สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ นครเจนีวา เพื่อแสดงมุมมองต่อทิศทางนโยบายสาธารณสุขของไทย โดยเฉพาะความยั่งยืนของแหล่งเงินทุน สสส. และมาตรการภาษีเพื่อสุขภาพ

ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ระบุว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะการรับมืออันตรายจากการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยดำเนินมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยก สสส. เป็นองค์กรต้นแบบด้านนวัตกรรมการลงทุนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างยั่งยืน โดย สสส. เคยได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำปี 2564

WHO ให้ข้อเสนอแนะว่า การลงทุนด้านการป้องกันโรคที่ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพสามารถสร้างประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น ลดผลกระทบทางสังคม และสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงควรสร้างหลักประกันว่า งานด้านนี้จะมีเงินทุนเพียงพอ มีความต่อเนื่อง และสามารถคาดการณ์ได้ในระยะยาว

จดหมายยังเน้นว่า หากมีการปรับเปลี่ยนข้อตกลงด้านเงินทุน ควรคำนึงถึงผลด้านสาธารณสุขจากภาษียาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยรักษาภาระภาษีโดยรวมไว้ เนื่องจากมาตรการภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการบริโภคสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสามารถสร้างรายได้ให้รัฐควบคู่กันได้

ข้อเสนอแนะนี้สอดคล้องกับโครงการริเริ่ม "3 by 35 Initiative" ของ WHO ซึ่งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มราคาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ภายในปี 2578 ตามบริบทของแต่ละประเทศ

WHO แสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะยังให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวเพื่อป้องกันโรคและรักษาประโยชน์จากระบบภาษีเพื่อสุขภาพ พร้อมยืนยันความพร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงประจักษ์ คำแนะนำทางเทคนิค และประสบการณ์จากนานาประเทศแก่รัฐบาลไทย

ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จดหมายของผู้อำนวยการใหญ่ WHO สะท้อนความห่วงใยต่อประเทศไทย โดยเห็นว่า WHO เข้าใจบทบาทของระบบสาธารณสุขไทยและการทำงานของ สสส. ซึ่งร่วมมือกับภาคีเครือข่ายดูแลสุขภาวะประชาชนในหลายมิติ

ศ.นพ.ปิยะมิตร เห็นว่า มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุหรี่และสุรา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาชน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลไกทางการเงินการคลังที่ช่วยให้ สสส. มีแหล่งเงินทุนต่อเนื่องและมีความเป็นอิสระ โดยกังวลว่าหากเปลี่ยนไปใช้งบประมาณประจำปี การจัดสรรเงินอาจต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากขึ้น และเสี่ยงต่ออิทธิพลจากนักการเมืองหรือการล็อบบี้ของผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ ซึ่งอาจทำให้งานลดการบริโภคสินค้าดังกล่าวดำเนินไปได้ยากขึ้น

ศ.นพ.ปิยะมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หากแหล่งเงินทุนของ สสส. ถูกลดทอน ก็อาจกระทบความเข้มแข็งของงานสร้างเสริมสุขภาพในภาพรวม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังข้อห่วงใยจาก WHO และเสียงประชาชน โดยมองว่าการคงมาตรการภาษีและกลไกการเงินการคลังของ สสส. ไว้ตามเดิมจะช่วยรักษาความต่อเนื่องของงาน

ทั้งนี้ เขาระบุว่ามีประชาชนลงชื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเห็นว่ารัฐบาลควรนำเสียงเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณา

อ่านข่าว :

เกาะติดประท้วงยุโรป พาณิชย์หวั่นกระทบส่งออก–ขนส่ง

พบอีก! เหมืองทอง "ดอยก่อวัน" ติดชายแดนไทย-เมียนมา จ.เชียงราย

มก. ยันเอกชนฟ้องไม่ได้ ปม "เกสรกะเพราแก้วจุรี" ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน