จับ 5 เวียดนาม ลอบผลิตพอตเคกลางกรุง ยึด 3,200 ชิ้น
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดปฏิบัติการซ้อนแผนล่อซื้อและเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามรวม 5 คน หลังลักลอบจำหน่าย "พอตเค" หรือบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดตที่มีฤทธิ์คล้ายยาสลบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "บุหรี่ซอมบี้" พร้อมยึดของกลางได้กว่า 3,200 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยขยายผลบุกค้นโรงแรมย่านประตูน้ำ พบอุปกรณ์การผลิตและสารตั้งต้นซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก จึงคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
เปิดแผนล่อซื้อคอนโดฯ ย่านประตูน้ำ!
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พ.ต.อ. พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำกำลังเข้าทลายเครือข่ายนี้ หลังจากได้รับเบาะแสสำคัญว่า ชายชาวเวียดนามชื่อ "เสือ" มีพฤติการณ์ลักลอบนำพอตเคมาจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อขอซื้อพอตเคจำนวน 3,000 ชิ้น โดยนัดหมายส่งมอบสินค้ากันภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร
กระทั่งช่วงหัวค่ำของวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายเสือได้เดินทางมายังจุดนัดหมายตามแผน พร้อมกับเพื่อนร่วมชาติชาวเวียดนามอีก 2 คน จากนั้นนายเสือได้โทรศัพท์เรียกพวกอีกกลุ่มให้ขี่รถจักรยานยนต์พาสายลับไปดูสินค้าพอตเคที่เตรียมไว้สำหรับการส่งมอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เฝ้าสังเกตการณ์เห็นความเคลื่อนไหวตรงตามแผน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้งหมดทันที พร้อมตรวจยึดพอตเคของกลางได้ประมาณ 3,200 ชิ้น รวมมูลค่าสูงกว่า 5 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นโรงแรมย่านประตูน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นที่พักอาศัย
จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ผสมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สารตั้งต้นเอโทมิเดต และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อว่าใช้ในกระบวนการผลิตหัวพอตเค จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมทั้งหมด
ทั้งนี้ สารเอโทมิเดตเป็นสารที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อทำให้ผู้ป่วยหมดสติก่อนเข้ารับการผ่าตัด เมื่อถูกนำมาผสมลงในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "บุหรี่ซอมบี้"
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้ง 5 คน ในฐานความผิด "ร่วมกันผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต"
ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป


























































