เกษตรกรกังวลละเมิดสิทธิ แม้รัฐ-เอกชนยัน "กะเพรา CPRAM" ไม่กระทบสายพันธุ์เดิม

เศรษฐกิจ
11:03
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
เกษตรกรกังวลละเมิดสิทธิ แม้รัฐ-เอกชนยัน "กะเพรา CPRAM" ไม่กระทบสายพันธุ์เดิม

วันนี้ (25 ต.ค.2569) กรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด ยื่นขอรับความคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ ยังคงสร้างความกังวลให้เกษตรกรและผู้ค้า โดยเฉพาะความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายและความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี แม้กรมวิชาการเกษตรและบริษัทจะยืนยันว่า การคุ้มครองมีผลเฉพาะพันธุ์ที่ระบุไว้ ไม่ได้หมายความว่ากะเพราทั้งหมดในประเทศไทยจะกลายเป็นของเอกชนหรือถูกผูกขาด

ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดภาษีซุง เทศบาลเมืองชัยนาท พบว่า บางส่วนยังไม่กังวล เพราะกะเพราที่นำมาขายเป็นกะเพราพื้นบ้านหรือกะเพราป่า แต่หลายคนยอมรับว่ายังไม่เข้าใจรายละเอียดของกฎหมาย และกังวลว่าการปลูกหรือจำหน่ายกะเพราในอนาคตจะได้รับผลกระทบหรือไม่

ด้าน นายไชยวิทย์ บัวงาม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ระบุว่า เกษตรกรรายย่อยกังวลถึงข้อจำกัดในการเก็บเมล็ดพันธุ์และการขยายพันธุ์ หากประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ UPOV 1991 จึงเสนอให้ชะลอการดำเนินการเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เพราะเกษตรกรอาจละเมิดสิทธิในพันธุ์พืชโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งหากหันไปปลูกพันธุ์ใหม่ที่สร้างรายได้มากกว่า ก็อาจทำให้กะเพราพื้นบ้านค่อย ๆ สูญหายไป

กรมส่งเสริมการเกษตรชี้แจงว่า การขอรับความคุ้มครองกะเพราเกิดจากการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช โดยสิทธิจะครอบคลุมเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศ ประชาชนจึงยังสามารถปลูก จำหน่าย นำมาประกอบอาหาร และใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์อื่นที่มีอยู่เดิมได้ตามปกติ

สำหรับพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนรับประทานหรือใช้ประโยชน์ แต่กำหนดสิทธิเกี่ยวกับส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ กิ่งชำ หรือส่วนอื่นที่นำไปขยายพันธุ์ได้ โดยเฉพาะการนำไปผลิตหรือจำหน่ายเพื่อการค้า ซึ่งต้องพิจารณาตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ชี้แจงว่า กะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบของบริษัท ผ่านเครือข่ายเกษตรกร และไม่เกี่ยวข้องกับกะเพราพื้นเมืองกว่า 300 สายพันธุ์ที่ประชาชนยังสามารถปลูกและจำหน่ายได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร และ CPRAM เปิดเผยรายละเอียดสัญญาแบ่งปันผลประโยชน์ เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่ามูลค่าผลประโยชน์ที่ตกลงกันระหว่างเอกชนกับมหาวิทยาลัย รวมถึงเงินที่นำเข้ากองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเหมาะสมกับสิทธิที่ผู้ได้รับความคุ้มครองจะได้รับหรือไม่

BIOTHAI ยังตั้งข้อสงสัยต่อกระบวนการพิจารณาว่ากะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่หรือไม่ โดยระบุว่าลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกะเพราแก้วจุรีทั้ง 4 สายพันธุ์กับกะเพราสายพันธุ์เดิมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความสูงและขนาดใบใกล้เคียงกัน จนไม่สามารถแยกความแตกต่างด้วยตาเปล่าได้

นอกจากนี้ BIOTHAI ยังกังวลว่า หากไทยเข้าร่วม UPOV 1991 ผลกระทบต่อเกษตรกรอาจขยายวงกว้าง ทั้งข้อจำกัดในการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกต่อ การขยายขอบเขตสิทธิไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากพันธุ์พืช ตลอดจนการขยายระยะเวลาคุ้มครอง จาก 12 ปี เป็น 20 ปีสำหรับพืชทั่วไป และ 25 ปีสำหรับไม้ยืนต้น

ด้าน น.ส.ธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่า มีการแบ่งปันผลประโยชน์และนำเงินเข้ากองทุนแล้ว โดยการกำหนดมูลค่าการแบ่งปันผลประโยชน์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย แต่รายละเอียดในสัญญาไม่สามารถเปิดเผยได้หากไม่มีคำสั่งศาล

ขณะที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การวิจัย พัฒนา และขอรับความคุ้มครองกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์ เป็นการดำเนินการของบริษัท ซีพีแรม ไม่ใช่การดำเนินการของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส หรือเครือ CP โดยตรง พร้อมระบุว่า การพัฒนาพันธุ์ใหม่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร ไม่ใช่การผูกขาด และสงวนสิทธิดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

ประเด็นที่ยังต้องติดตามจึงไม่ได้มีเพียงว่าประชาชนจะปลูกกะเพราได้หรือไม่ แต่รวมถึงความชัดเจนของขอบเขตสิทธิในพันธุ์พืชใหม่ ความโปร่งใสของการแบ่งปันผลประโยชน์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรรายย่อย หากประเทศไทยพิจารณาเข้าร่วม UPOV 1991

อ่านข่าว :

เหลือแต่ตอ! เสาไฟโซลาร์เซลล์นครศรีฯ ถูกขโมยรวด 98 ต้น ยาว 3 กม.

เรือชนกันในคลองสำโรง จ.สมุทรปราการ คนขับเข้าพบ ตร. แล้ว รอกรมเจ้าท่าดำเนินคดี

สุดทน! สาวขอนแก่นประกาศขายบ้าน หลัง 3 ปีถูกยกเค้า 3 ครั้ง