เกาะติดวิกฤต
กลุ่มอัลชาบับ ที่ก่อเหตุยึดห้างสรรพสินค้าในเมืองหลวงของเคนย่า พร้อมจับตัวประกันไว้นานกว่า 2 วัน ขู่จะสังหารตัวประกัน หากกองกำลังของเคนย่าและต่างชาติ จู่โจมเข้ามาในห้างฯ
จนถึงขณะนี้ ทางการเคนย่ายังไม่ทราบว่า ภายในห้างสรรพสินค้า "เวสต์เกท" ในกรุงไนโรบี มีกลุ่มติดอาวุธและมีตัวประกันกี่คน ขณะที่ช่วง 5-6 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ล่าสุด โฆษกของกลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบับ อ่านแถลงการณ์ผ่านเว็บไซท์ โดยระบุว่า การยึดห้างสรรพสินค้าในกรุงไนโรบี เป็นฝีมือของกลุ่มอัล-ชาบับ
ขณะที่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (23ก.ย.56) กองกำลังของอิสราเอลและชาติตะวันตก พยายามยึดห้างสรรพสินค้ากลับคืน และพยายามทำให้ชาวเคนย่ารู้สึกภูมิใจที่ชาติตะวันตกและอิสราเอลช่วยชีวิตพลเมืองของเคนย่า จากกลุ่มมูจาฮีดีน แต่ปฏิบัติการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ จนขณะนี้เวลาผ่านไปนานกว่า 30 ชั่วโมง และสถานการณ์จะยืดเยื้อเช่นนี้ต่อไปอีกหลายวัน
ทั้งนี้ กลุ่มอัลชาบับ รู้ว่า กองกำลังของอิสราเอลและชาติตะวันตก วางแผนโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ จู่โจมเข้ามาทางดาดฟ้าของอาคาร ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ชีวิตของตัวประกันอยู่ในความเสี่ยง โดยทางกลุ่มฯได้สั่งให้กลุ่มมูจาฮีดีน ทำทุกอย่างที่เห็นสมควร รวมถึงการกระทำกับตัวประกันด้วย โดยความหมายนี้น่าจะหมายถึง การสังหารตัวประกัน
นอกจากนี้กลุ่มอัล-ชาบับ ยังบอกผ่านไปถึงชาวเคนย่าว่า อย่าฟังผู้นำของเคนย่า เพราะเป็นคำพูดที่โกหก และไม่สามารถปกป้องประชาชนจากกลุ่มติดอาวุธได้ และหากชาวเคนย่าต้องการสันติภาพที่แท้จริง รัฐบาลต้องถอนกองทัพออกจากโซมาเลีย มิฉะนั้น การต่อสู้แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกจนกว่าประเทศโซมาเลียจะมีสันติภาพที่แท้จริง
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากการยึดห้างสรรพสินค้าครั้งนี้เพิ่มเป็น 69 คน สูญหาย 63 คน ตำรวจที่เข้าไปในห้างฯ เชื่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเห็นศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากภายใน
นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มติดอาวุธ ที่ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไร้ทางต่อสู้ ซึ่งผู้ก่อเหตุต้องถูกนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นายบัน คี มุน ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอดีตเจ้าหน้าที่องค์การยูนิเซฟ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ด้านนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ กล่าวประณามการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนของกลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบับ ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีชาวอังกฤษรวมอยู่ด้วย 3 คน และเนื่องจากการจับตัวประกันยังไม่สิ้นสุด ดังนั้นชาวอังกฤษควรเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับข่าวร้ายที่อาจตามมาอีก
สำหรับชาวต่างชาติที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ นอกจากชาวอังกฤษแล้ว ยังมีชาวแคนาดา 2 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้เป็นนักการทูต และยังมีชาวฝรั่งเศส 2 คน,ชาวอินเดีย 2 คน, ชาวจีน,เกาหลีใต้, แอฟริกาใต้และเนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 1 คน
นอกจากนี้ ยังมีนายโคฟี่ อะวูนอร์ กวีชาวกาน่า อดีตทูตประจำยูเอ็นเสียชีวิตด้วย และบุตรชายของเขาได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ประธานาธิบดีนายอูฮูรู เคนยัทต้า ของเคนย่า ก็สูญเสียหลานชาย และคู่หมั้นของหลานชาย จากเหตุการณ์นี้ด้วย
