ผลกระทบจากปัญหางบประมาณสหรัฐฯ

ต่างประเทศ
15:45
จำนวนผู้ชม 45
Thai PBS
ผลกระทบจากปัญหางบประมาณสหรัฐฯ

สำนักงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ต้องปิดทำการต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แต่เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และปัญหาอาจคลี่คลายในวันพรุ่งนี้ แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนเอเชียทั้งหมด รวมทั้งการประชุมเอเปค และสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก

นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางถึงเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียแล้ว โดยนายเคอร์รี่จะต้องเป็นตัวแทนนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมเอเปค และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนสหรัฐฯ และสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกที่ประเทศบรูไน รวมทั้งเยือนมาเลเซีย และฟิลิปปินส์แทนผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องอยู่เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาในสภาคองเกรส เพื่อผ่านร่างงบประมาณปี 2557 ให้สำเร็จ และเปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลกลางให้เร็วที่สุด หลังจากต้องหยุดทำการแล้ว 3 วัน
แต่สถานีซีเอ็นเอ็นรายงานว่าสถานการณ์ขัดแย้งมีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย โดยรายงานอ้างว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ให้คำมั่นกับตัวแทนพรรคเดโมแครตว่าจะนำร่างงบประมาณเข้าพิจารณาให้เร็วที่สุด และการปิดดำเนินการหน่วยงานรัฐ อาจจบสิ้นในวันพรุ่งนี้
ก่อนหน้านี้ ประธานสภาสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ตามที่มีความกังวลกันว่าความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อจนกระทบต่อการพิจารณาเพิ่มเพดานหนี้ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ด้วย
ผลจากงบประมาณที่ไม่สามารถผ่านได้ในขั้นตอนสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ เท่านั้น แต่การยกเลิกแผนเดินทางเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ยังส่งผลกระทบต่อจุดยืนต่างประเทศด้วย เพราะในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่สามารถเดินทางเยือนชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ แต่นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีนก็ได้เดินทางเยือนอินโดนีเซีย และมาเลเซียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งแล้ว ซึ่งทำให้สถานะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอาเซียนมีแนวโน้มในทางดีขึ้น
นอกจากนี้ การที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสำคัญทั้งเอเปค และสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกได้ ก็เท่ากับผู้นำจีนทั้งประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีจะกลายเป็นดาวเด่นของการประชุมแทนสหรัฐฯ
การยกเลิกการเดินทางเยือนในช่วงไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนกำหนดเดินทาง ยังสร้างความผิดหวังแก่ประเทศเจ้าภาพ ที่ต่างยินดีต้อนรับสหรัฐฯ ให้เดินทางเยือนในช่วงที่สมาชิกอาเซียนหลายประเทศ กำลังต้องการการเข้ามาถ่วงดุลของสหรัฐฯ เพื่อคานอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ รวมทั้งยังทำให้เกิดคำถามต่อนโยบายยึดเอเชียเป็นศูนย์กลางที่ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันเสมอตั้งแต่ช่วงดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 1 ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้นำสหรัฐฯ ในเวทีโลกด้วย
ส่วนกรณีไล่ล่าทางถนนในกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่ทำให้ตำรวจต้องยิงผู้หญิงที่พยายามขับรถฝ่าที่กั้นเข้าพื้นที่ความปลอดภัยสูงจนเสียชีวิตนั้น ล่าสุด มีการเปิดเผยชื่อของผู้หญิงที่เสียชีวิตแล้ว คือ มิเรียม คาเรย์ อายุ 34 ปี ส่วนแรงจูงใจที่ทำให้เธอขับรถฝ่าเครื่องกีดขวางในกรุงวอชิงตัน ดีซี และไม่ยอมหยุดรถตามคำสั่งตำรวจทั้งที่มีเด็กนั่งอยู่ในรถนั้น เจ้าหน้าที่ยังพยายามหาเบาะแส และมีการตรวจค้นบ้านของเธอที่เมืองสแตมฟอร์ด รัฐคอนเน็คติกัท รวมทั้งสอบปากคำญาติในนครนิวยอร์ค แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ

แท็กที่เกี่ยวข้อง