ปัญหางบประมาณ - เพดานหนี้สหรัฐฯ
เข้าสู่วันที่ 14 แล้ว ที่หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ยังต้องปิดทำการ อันเนื่องจากปัญหาในสภาคองเกรสที่ไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องงบประมาณได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือการขยายเพดานหนี้ที่ข้อเสนอเรื่องการยืดระยะเวลาเพดานหนี้อีก 6 สัปดาห์ ได้รับการปฏิเสธไปแล้ว
ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ตัวแทนพรรคเดโมแครต และรีพับลิกันต่างเจรจาหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อฝ่าทางตันปัญหางบประมาณปี 2557 เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกลาง สามารถกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ ซึ่งตอนนี้หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐปิดทำการติดต่อกันเข้าสู่วันที่ 14 แล้ว และเหลืออีกเพียง 3 วัน ก็จะครบกำหนดที่สหรัฐฯจะต้องขยายเพดานหนี้ เพื่อชำระเงินกู้ โดยขณะนี้หน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาตกมาอยู่ที่สภาสูงของสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อบ่ายวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นมีการเรียกประชุมวุฒิสภา แต่ไม่ได้ข้อสรุป
อย่างไรก็ตาม นายแฮรี่ รี้ด ประธานวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ระบุว่าการหารือกับแกนนำวุฒิสภารีพับลิกันนั้นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และจะเดินหน้าเจรจาหารือและต่อรองกันต่อไป เพื่อให้ได้ข้อสรุป และวันนี้จะมีการหารือในสภาสูงของสหรัฐฯอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางความหวังว่าจะได้ข้อตกลงภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะการขยายเพดานหนี้ ซึ่งถ้าพ้นวันพฤหัสบดีแล้วยังไม่ได้ข้อยุติ ก็เท่ากับสหรัฐฯจะผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากคลังไม่มีเงินพอชำระหนี้ของรัฐบาลกลาง
มีรายงานว่าข้อเสนอของรีพับลิกันที่มีมาก่อนหน้านี้ เรื่องการขยายเพดานหนี้ชั่วคราวไปอีก 6 สัปดาห์ เพื่อแลกกับการปรับลดเงินสนับสนุนนโยบายโอบาม่าแคร์ ก็ได้รับการปฏิเสธจากประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ไปแล้ว ขณะที่พรรครีพับลิกันเองก็ปฏิเสธข้อเสนอขยายเพดานหนี้โดยไม่มีเงื่อนไขตามที่เดโมแครตต้องการ พร้อมปฏิเสธจะสนับสนุนการลงมติในวุฒิสภา
ท่ามกลางความพยายามแก้ไขปัญหาก็มีผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งรวมตัวบริเวณอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณเนชั่นแนลมอลล์ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และพยายามจะฝ่าเครื่องกั้นเข้าไปภายในอนุสรณ์สถาน เพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการปิดทำการหน่วยงานภาครัฐ
ซึ่งในบรรดาผู้ประท้วง มี ส.ว.พรรครีพับลิกัน และนางซาราห์ เพ-ลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสก้า เข้าร่วมประท้วงด้วย ซึ่งระยะหลัง อนุสรณ์สถานที่เกี่ยวข้องกับสงคราม และทหารผ่านศึกถูกหยิบยกมาใช้ในการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองระหว่างทั้ง 2 พรรค ที่ต่างโทษกันว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อการปิดทำการหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงการช่วยเหลือทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในสงคราม ไปจนถึงกระทบต่อการเดินทางเข้าเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานสงครามแห่งต่างๆ ทั่วประเทศ
