ต่างชาติจับตาการฟอร์มทีมรัฐบาล
สื่อมวลชนชั้นนำของโลกต่างหันมาจับตาการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทยอย่างใกล้ชิด โดยยังมองว่าสถาบันในระบอบเก่า และ “ทักษิณ” ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเป็นเอกภาพของชาติ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ย้ำนับจากนี้จะมีการนำพาประเทศไทยไปในทิศทางไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้แทนที่ปวงชนชาวไทยได้เลือกมา
หลังการนับคะแนนเกือบแล้วเสร็จและปรากฏชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะมาด้วยเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งสำนักข่าวต่างชาติชั้นนำต่างพากันระบุว่า เป็นชัยชนะแบบถล่มทลายหรือแลนด์สไลด์
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับการเลือกตั้งของไทยที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ
แถลงการณ์รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังรอคอยร่วมงานกับรัฐบาลใหม่ของไทย ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเพื่อนและความเป็นพันธมิตรของทั้ง 2 ประเทศที่มีมาอย่างยาวนานให้กว้างขวางและแนบแน่นขึ้นไปอีก นอกจากนี้สหรัฐฯ ก็ยังระบุว่า กำลังรอคอยการร่วมงานกับฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของไทยอย่างที่เคยเป็นมา
สหรัฐฯ เน้นย้ำว่า นับจากนี้จะมีการนำพาประเทศไทยไปในทิศทางไหนก็ขึ้นอยู่กับผู้แทนที่ปวงชนชาวไทยได้เลือกมา
ขณะที่สื่อมวลชนต่างชาติชั้นนำต่างพากันจับตาในเชิงวิเคราะห์ที่การจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง โดยมีข้อน่าสังเกตว่า สายตาชาวต่างชาติที่สะท้อนออกมาโดยสื่อชั้นนำของโลกนั้นเข้าใจว่า ระบอบประชาธิปไตยของไทยมีลักษณะพิเศษ หลักการสากลของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยนั้นก็คือ เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่มอบให้กับใคร ผู้นั้นก็จะไปจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ ขณะเดียวกันเสียงส่วนน้อยก็จะต้องได้รับการเคารพ แต่ทว่าสายตาชาวต่างชาติกลับยังไม่แน่ใจว่า การเมืองของไทยจะดำเนินไปในแนวทางนี้ และมองว่า ชนชั้นนำหรือสถาบันทางการเมืองในระบอบเก่า เช่น ทหาร ยังเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะยอมให้รัฐบาลภายใต้ร่มเงาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามามีอำนาจหรือไม่
ต่างชาติชี้ว่า การเลือกตั้งของไทย 4 ครั้งก่อนหน้านี้ก็เคยปรากฏว่า ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณชนะมาทุกครั้ง แต่ก็ต้องมีอันเป็นไปด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงการรัฐประหาร
ต่างชาติพากันตระหนักว่า พ.ต.ท.ทักษิณคือศัตรูของชนชั้นนำในระบอบเก่าของไทย จึงไม่แน่ใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถสมานรอยร้าวลึกในสังคมที่เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงได้
