หลายจังหวัดภาคเหนือเผชิญพายุฝนรับลมหนาว
เจ้าหน้าที่เทศบาล ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ซ่อมแซมทรัพย์สินและตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนน หลังเกิดพายุฝน และลมกระโชกแรงเกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเช้านี้
โดยเฉพาะภายในหมู่บ้านไร่รวงทอง บ้านปรางค์ บ้านนาปาน และบริเวณตลาดสดเทศบาล ต.ปัว ต้นไม้ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และเสาไฟฟ้า โค่นทับหลังคาบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง
เช่นเดียวกับ อ.ท่าวังผา ที่เกิดพายุฝน พัดต้นไม้ใหญ่โค่นทับบ้าน และโรงจอดรถ ภายในสถานีตำรวจภูธรท่าวังผาเสียหาย เช่นกัน
สภาพอากาศมืดครึ้ม และมีฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ฝนตกต่อเนื่องในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวค่อนข้างเงียบเหงา
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ช่วงวันที่ 16-19 ธันวาคมนี้ อิทธิพลความกดอากาศสูงจากจากจีน จะทำให้ให้ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลงอีก 8-10 องศาเซลเซียส
เช่นเดียวกับจังหวัดสงขลา ผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา ต้องยกกระชังเลี้ยงปลาให้สูงขึ้น หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกแจ้งเตือนฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงในช่วงวันที่ 16-19 ธันวาคมนี้
ขณะที่ จ.ยะลา, จ.ปัตตานี, จ.สงขลา, จ.พัทลุง, จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดจากฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 18 ธันวาคมนี้
ส่วน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไม่เผชิญกับพายุฝน ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เดินทางไปชมความงดงาม และสัมผัสอากาศหนาวบนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ และปราสาทเมืองต่ำ อ.ประโคนชัยกันอย่างคึกคักเฉลี่ยถึงวันละกว่า 5,000 คน
ขณะที่อุทยานเตรียมจัดงาน "อรุณเบิกฟ้า" อย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
