" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news18122013/212328-imagepng-323794.png
วันนี้ (18 ธ.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะนัดประชุมพนักงานสอบสวนคดีนัดแรกหลังมีมติ รับคดีกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมพวก ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดทางอาญา สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ กทม.และบางจังหวัดตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นคดีพิเศษแล้ว
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงว่าที่ประชุมมีมติรับคดีกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กทม. และบางจังหวัด เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนในการกระทำความผิดรวมถึงความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน
โดยหลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้วหากมีคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันก็เป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ เวลา 14.00 น. จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวนัดแรก เพื่อกำหนดรายละเอียดการสอบสวน การออกหมายเรียกแกนนำ รวมถึงประเด็นการสอบสวนท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจำเป็นต้องตรวจสอบและอายัดบัญชีใดหรือไม่ ส่วนภายหลังรับเป็นคดีพิเศษแล้วดีเอสไอจะดำเนินการจับกุมนายสุเทพเองหรือรอให้เข้ามามอบตัวเองนั้น จะนำเข้าหารือกับพนักงานสอบสวนก่อนมีมติออกมา
ขณะที่เมื่อวานนี้ ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายเสรี วงษ์มณฑา และนายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ฐานสนับสนุนในการร่วมกันสะสมกำลังพล หรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 114 / กรณีที่ ดร.เสรี ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนในการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ด้วย
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. จำนวน 13 คน โดยนายเสรี ยังไม่เคยมีผู้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ดังนั้น ดีเอสไอจะรวมคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมดเป็นคดีเดียวกัน เพื่อดำเนินการสอบสวนในภาพรวม เนื่องจากมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งมีพฤติกรรมต่างกรรมต่างวาระ โดยจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวรวมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ
