แมนเชสเตอร์ซาวด์ ในยุคเปลี่ยนผ่าน
แม้จะมีผู้ชมเพียง 42 คน แต่การแสดงครั้งแรกในเมืองแมนเชสเตอร์ของ Sex Pistols เมื่อปี 1976 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองอุตสาหกรรมของอังกฤษให้กลายเป็นหนึ่งในหน้าด่านวงการเพลงของอังกฤษ เมื่อหนุ่มสาวที่ได้ชมการแสดงในวันนั้นได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทในวงการเพลงอย่างมากมาย จนกลายเป็นที่มาของ แมนเชสเตอร์ ซาวด์ หนึ่งในสำเนียงหลักของดนตรีทางเลือกที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
เบ้าหลอมของแมนเชสเตอร์ ซาวด์เกิดขึ้นมาจากการก่อตั้งค่ายเพลง Factory Records โดย โทนี วิลสัน ซึ่งการเป็นการเปิดเส้นทางอาชีพให้กับ Joy Division, New Order, Happy Mondays กับแนวดนตรีที่ผสมผสานระหว่าง alternative rock, psychedelic rock และ dance music โดยมี ฮาซีเอนด้า คลับดังของเมืองเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีตลอดทศวรรษ 80 ความโด่งดังของ Stone Roses และวงร่วมอุดมการณ์หลายๆ วง นำมาซึ่งยุคที่เรียกว่า แมดเชสเตอร์ เมื่อเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษกลายเป็นผู้นำเทรนด์ดนตรีของโลก ที่ถูกถ่ายทอดในภาพยนตร์เรื่อง 24 Hour Party People มาแล้ว
ล่วงสู่ยุค 90 แม้แมนเชสเตอร์จะผลิตวงดนตรีที่โด่งดังออกมามากมาย หลายวงประสบความสำเร็จระดับโลก แต่การคลี่คลายไปสู่แนวดนตรีที่หลากหลาย ทำให้เอกลักษณ์ความเป็นแมนเชสเตอร์ในดนตรีของแต่ละวงเจือจางลง
แมนเชสเตอร์ทุกวันนี้ยังคงสร้างสีสันให้กับวงการเพลงอย่างต่อเนื่อง หากแต่วงแมนเชสเตอร์ยุคใหม่มากมายเลือกหันหลังให้กับแนวดนตรีที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมือง วงรุ่นใหม่ไม่น้อยต้องเผชิญการเปรียบเทียบกับสิ่งที่วงรุ่นพี่สร้างเอาไว้ โดยเฉพาะกับวงที่ไม่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคนั้นทั้ง Wu Lyf , D/R/U/G/S หรือ Egyptian Hip Hop จนเกิดกระแสต่อต้านทัศนคติดังกล่าว ทั้งเว็บไซต์อย่าง FUC51 ที่ต่อต้านการหากินกับความสำเร็จเก่าๆ คลับอย่าง Now Wave แบนการเปิดเพลงที่เก่ากว่า 2 ปี ขณะที่ Factory251 คลับที่ถูกใช้เป็นสถานที่รำลึกความยิ่งใหญ่ในอดีตของเมืองก็ถูกวงใหม่ๆ ปฎิเสธไม่ยอมเปิดการแสดงเช่นกัน
แม็ต ค็อกเซดจ์ มือกีตาร์ของวง Delphic กระแสดังกล่าวคือการประท้วงของวงรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวพ้นจากเงาที่วงรุ่นพี่เคยสร้างเอาไว้ แม้สิ่งเหล่านั้นจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับการเป็นคนจากเมืองนี้ แต่เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ก็ต้องการสร้างสัญญาทางดนตรีของตนเอง ไม่ต่างกับที่วงในอดีตเคยสร้างความยิ่งใหญ่จากการนำเสนอสิ่งใหม่แก่วงการเพลงมาแล้ว
