สรุปดรามาจดเครื่องหมายการค้า "NENE ROYAL" จากวันแรกจนถึงวันถอนคำขอ

ศิลปะ-บันเทิง
17:49
จำนวนผู้ชม 124
Thai PBS
สรุปดรามาจดเครื่องหมายการค้า "NENE ROYAL" จากวันแรกจนถึงวันถอนคำขอ

วันนี้ (19 ต.ค.2569) ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในสังคมวงกว้าง เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลประโยชน์และชื่อเสียงของ "เนเน่ - น้องแพรว น.ส.รัตติกานต์ อำลอย" เยาวชนมือกีตาร์และนักร้องสาวชาวไทยวัย 16 ปี จาก จ.ภูเก็ต

ผู้ซึ่งเพิ่งสร้างความภาคภูมิใจและจารึกชื่อในประวัติศาสตร์บันเทิงระดับสากล ด้วยการคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการประกวดความสามารถระดับโลกโลก America's Got Talent ซีซัน 21 ประจำปี 2026 พร้อมรับเงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ทว่าในขณะที่ตัวศิลปินเพิ่งจะเดินทางกลับสู่มาตุภูมิเพื่อรับการเฉลิมฉลองและต้อนรับอย่างสมเกียรติ กลับมีกลุ่มบุคคลภายนอกอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายชิงตัดหน้ายื่นจดทะเบียนสิทธิ์ในชื่อวงการของเธอ และทำให้แฟนคลับผู้ติดตามตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นการหวังผลประโยชน์ทางการค้า

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวดังกล่าว เกิดจากการที่กลุ่มแฟนคลับได้เข้าไปใช้ระบบออนไลน์สืบค้นฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบแนวทางการคุ้มครองสิทธิ์ให้แก่ศิลปิน ก่อนจะพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีบุคคลภายนอกรายหนึ่งได้ทำการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ "NENE ROYAL" (เนเน่ รอยัล) ซึ่งเป็นสเตจเนมที่เนเน่ใช้ในการประกวด AGT 2026

คำขอดังกล่าวปรากฏเลขรหัสคำขอที่ 260138519 มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิ์ในหมวดหมู่รายการสินค้าประเภท "เสื้อยืดพิมพ์ลาย" มีการระบุวันยื่นคำขออย่างเป็นทางการคือวันที่ 22 ก.ค.2569 และมีระยะเวลาการคุ้มครองยาวนานไปจนถึงวันที่ 21 ก.ค.2579

จากการตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกระบุว่า ผู้ที่ดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนดังกล่าวเป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

เหตุการณ์นี้จุดชนวนความไม่พอใจให้แก่แฟนคลับเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อเทียบเคียงกับไทม์ไลน์การแข่งขันแล้ว เทปออดิชันรอบแรกของเนเน่ที่พึ่งจะออกอากาศไปเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.2569

นั่นหมายความว่า หลังจากที่เด็กสาวเริ่มกลายเป็นกระแสไวรัลได้เพียง 15 วัน นักธุรกิจหญิงรายนี้ก็ได้ดำเนินการยื่นจดสิทธิ์ในชื่อดังกล่าวทันที โดยที่ในขณะนั้นน้องเนเน่ยังไม่ได้ก้าวไปถึงรอบชิงชนะเลิศหรือคว้าแชมป์รายการด้วยซ้ำ สังคมจึงตั้งคำถามอย่างรุนแรงถึงมารยาททางธุรกิจและการชุบมือเปิบเชิงพาณิชย์

ความเข้มข้นของสถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มแฟนคลับและนักกฎหมายชาวไทยได้ขยายผลการตรวจสอบเชิงรุกไปยังต่างประเทศ โดยการเข้าสืบค้นข้อมูลในระบบ KIPRIS (Korea Intellectual Property Rights Information Service) ซึ่งเป็นระบบคลังข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ของประเทศเกาหลีใต้

พบข้อเท็จจริงว่า ชื่อสเตจเนม "NENE ROYAL" ได้ถูกบุคคลธรรมดาสัญชาติเกาหลีใต้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหมวดหมู่สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกายไว้แล้วเช่นกัน สร้างความวิตกกังวลให้แก่ทีมงาน และแฟนคลับของเนเน่มากขึ้น เนื่องจากการมีผู้ชิงสิทธิ์ในต่างแดน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อนิติกรรมสัญญา การจัดจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์แท้ ตลอดจนการรับงานแสดงในระดับสากลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ว่าในวันที่ 17 ต.ค.2569 นักธุรกิจหญิงชาวเชียงใหม่จะออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างเจตนาบริสุทธิ์ว่าต้องการจดเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นนำชื่อนี้ไปแสวงหาผลประโยชน์ และตั้งใจจะมอบสิทธิ์นี้ให้แก่ตัวเนเน่และครอบครัวอำลอย เป็นของขวัญ

พร้อมระบุว่าพยายามประสานงานกับทีมกฎหมายของ จอน เอลรอน (Jon Elron) จากบริษัท Black Lotus Global LLC ผู้ดูแลฝั่งศิลปินแล้วก็ตาม แต่คำชี้แจงดังกล่าวกลับไม่มีน้ำหนักเพียงพอในสายตาของสาธารณชน

เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏว่าทางผู้ยื่นจดไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดและไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กสาว อีกทั้งก่อนหน้านี้ เนเน่เองก็ได้เคยโพสต์ข้อความเตือนภัยแฟนคลับเกี่ยวกับการที่มีกลุ่มบุคคลผลิตเสื้อยืดพิมพ์ลายละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาวางจำหน่าย ยิ่งทำให้กระแสสังคมไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์ในครั้งนี้

ทางด้าน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดย น.ส.จิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยระบุว่าในส่วนของประเทศไทย คำขอของนักธุรกิจสาวเชียงใหม่เพิ่งอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการยื่นเรื่องและยังไม่มีการอนุมัติรับจดคุ้มครองแต่อย่างใด

พร้อมเน้นย้ำว่ากฎหมายไทยมีบทบัญญัติชัดเจนที่จะปฏิเสธการรับจดหากพบว่าผู้ยื่นคำขอมีพฤติการณ์ส่อเจตนาไม่สุจริต หรือนำชื่อบุคคลมีชื่อเสียงไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม

พร้อมกันนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยยังได้แสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีสากล โดยประกาศว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการประสานงานและตรวจสอบร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (KIPO) อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือกันปกป้องสิทธิ์และชื่อเสียงของเยาวชนไทย ไม่ให้ถูกบุคคลในต่างแดนนำไปแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยมิชอบ

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวทางฝั่งผู้ดูแลสิทธิ์โดยชอบธรรมของเนเน่ ภายใต้การนำของบริษัท Black Lotus Global LLC ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2569

ครอบคลุมทั้งคำว่า "NENE" และ "NENE ROYAL" ในหมวดหมู่ไฟล์เสียงดนตรี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และบริการบันเทิง ซึ่งทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งรัดกระบวนการผ่านระบบ Fast Track และคาดว่าจะอนุมัติสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ให้ฝั่งเนเน่ได้ภายในเดือน ก.พ.2570

บทสรุปของดรามาในประเทศสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569 ภายหลังจากการขยับตัวอย่างจริงจังของหน่วยงานภาครัฐประกอบกับแรงกดดันอันมหาศาลจากกระแสสังคม ส่งผลให้นักธุรกิจหญิงชาวเชียงใหม่ตัดสินใจยอมถอย โดยได้เดินทางมาทำการยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ "NENE ROYAL" ทั้งหมด ณ สำนักงานกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมทั้งแถลงขอโทษต่อครอบครัวเนเน่และแฟนคลับทุกคนอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและยุติความไม่สบายใจทั้งหมด ปิดฉากข้อพิพาทในประเทศอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงภารกิจการต่อสู้ทางกฎหมายข้ามชาติเพื่อทวงคืนสิทธิ์ในดินแดนเกาหลีใต้ที่หน่วยงานรัฐของไทยและทีมงานฝั่งศิลปินต้องร่วมมือกันจัดการต่อไป

อ่านข่าว :

มติรักษาการบอร์ดประกันสังคม เห็นชอบเร่งสรรหาที่ปรึกษา 7 คน

"วราวุธ" รับหนังสือ จี้เร่งแก้ไข-เยียวยาจากกรณี "น้ำสีรุ้ง" พร้อมตรวจสอบโรงงานนอมินี

หาต้นตอ "สารพิษ" พืชเกษตร แยก "มลพิษข้ามพรมแดน-เคมีเกษตร" ลุ่มน้ำ จ.เชียงราย