สถานการณ์ภัยแล้งยังขยายวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือ ชาวบ้านยังขาดแคลนน้ำใช้และทำการเกษตร ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเขต 3 ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ เร่งทำฝนเทียมแก้ปัญหาภัยแล้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเขต 3 ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งดูแลพื้นที่ 11 จังหวัดในภาคกลาง เร่งทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการร้องขอจากหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกแล้ว ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ยังเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ และผลผลิตการเกษตรเสียหาย เช่น ชาวบ้านกว่า 115 ครอบครัว ใน ต.หนองหล่อม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้นำน้ำกว่า 20,000 ลิตร ไปแจกจ่ายแล้ว
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ปลากระชังของเกษตรกรบ้านท่าตะเคียน ต.จอมทอง จ.พิษณุโลก ขาดออกซิเจนและทยอยตาย
ขณะที่ จ.กำแพงเพชร แม้จะได้รับคำเตือนจากชลประทาน แต่ชาวนาใน ต.ธำมรงค์ ยืนยันว่า จะปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 โดยอาศัยน้ำบาดาลหล่อเลี้ยงต้นข้าว เนื่องจากจำเป็นต้องหาเงินไปชำระหนี้สิน
ส่วนชาวบ้านใน ต.สถาน อ.นาน้อย จ.น่าน แก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ 21 แห่ง เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้และดับไฟป่า
ล่าสุด ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดพิจิตร รายงานว่า มีพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 12 อำเภอ 65 ตำบล พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 500,000 ไร่
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานพื้นที่ประสบภัยแล้งในภาคเหนือมีทั้งหมด 15 จังหวัด มีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,680,000 คน
สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลสรุปความเสียหายพื้นที่ประกาศภัยพิบัติแล้ง 7 อำเภอ มีพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 9,000 ไร่ พืชผักเสียหายกว่า 3,000 ไร่
