ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากพายุเมกีพัดถล่ม
ไต้ฝุ่นเมกี ซึ่งจัดเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงที่สุดที่พัดขึ้นฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์ในรอบปีนี้ เริ่มสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ภาคเหนือของฟิลิปปินส์แล้ว ท่ามกลางการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ โดยตั้งเป้าจะไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้ พายุไต้ฝุ่นเมกี พัดขึ้นฝั่ง จ.อิสเบลลา ทางตอนเหนือของเกาะลูซอน ของประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยความเร็วลม 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ เตือนว่าพายุจะพัดกระหน่ำฟิลิปปินส์จนถึงช่วงค่ำวันอังคารที่ 19 ตุลาคมนี้ ก่อนจะพัดไปทางตะวันตกออกสู่ทะเลจีนใต้ และขึ้นฝั่งประเทศจีนเป็นประเทศต่อไป
พร้อมเตือนว่าอิทธิพลของพายุ จะทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม และเสี่ยงจะเกิดโคลนถล่ม เกิดกระแสคลื่นซัดชายฝั่งสูง 6-8 เมตร โดยเบื้องต้นมีรายงานโคลนถล่มในเขตหุบเขา ตั้งแต่ก่อนที่พายุจะพัดขึ้นฝั่ง
ทางการอพยพประชาชนประมาณ 3,000 คนจากพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มสู่ที่พักชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ขณะที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยของทั้งทางการและเอกชน ต่างเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าจะไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นเมกี แต่ล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน
ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นเมกี ถือเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นที่คาดว่าจะเป็นไต้ฝุ่นกำลังแรงที่สุดที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่พายุทุเรียนพัดถล่มเมื่อปี 2549 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน
นอกจากฟิลิปปินส์แล้ว พื้นที่เกาะไหหลำทางใต้ของจีน เผชิญกับฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทางการต้องอพยพประชาชนกว่า 140,000 คนสู่ที่ปลอดภัย ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 2.7 ล้านคน พื้นที่การเกษตรเสียหายร้อยละ 90 และยังมีรายงานผู้สูญหายอีกหลายคน และอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างตามสถานที่ท่องเที่ยวแห่งต่างๆ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง เพราะว่าพายุเมกี ที่กำลังพัดถล่มฟิลิปปินส์ จะพัดเข้าสู่จีนช่วงกลางสัปดาห์นี้
ส่วนที่เวียดนาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือประชาชนและแจกจ่ายน้ำกับอาหาร เนื่องจากฝนที่ตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ซ้ำพื้นที่ที่เพิ่งจะฟื้นจากอุทกภัยเมื่อช่วงต้นเดือน เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนกว่า 120,000 คนสู่ที่ปลอดภัย และมีรายงานรถบัสบรรทุกผู้โดยสารถูกกระแสน่ำท่วมพัดพาไป แต่ผู้โดยสาร 17 คนรอดชีวิต เพราะว่าสามารถว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง หรือเกาะต้นไม้จนมีคนไปช่วยเหลือมาได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังตามหาผู้โดยสารอีก 20 คนที่ยังคงสูญหาย แต่คาดว่าอาจเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว
นอกจากฝนตกหนักในช่วงสุดสัปดาห์แล้ว กลางสัปดาห์นี้เวียดนามต้องเผชิญกับอิทธิพลของพายุเมกีอีกระลอก หลังพายุพัดออกจากฟิลิปปินส์เข้าสู่ทะเลจีนใต้
