ปัตตานี-สุราษฎร์สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่กรุงเทพมหานครน้ำขึ้นสูงสุดช่วงเช้าวานนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 1.90เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมีการคาดการณ์ว่า จะมีน้ำทะเลหนุนสูงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน สำนักการระบายน้ำกรุงเทพฯเชื่อมั่นว่า ระดับน้ำจะสูงไม่เกิน 2.10 เมตรเท่ากับวันที่ 26 ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่มีระดับน้ำสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา
กรมชลประทานรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงนี้โดยลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสัก และ เขื่อนพระราม 6 รวมทั้งการเร่งระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ คลองชัยนาท-ป่าสัก เพื่อผ่านคลองระพีพัฒน์ก่อนลงสู่อ่าวไทย
ส่วนทางภาคใต้สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเริ่มคลี่คลาย และไม่มีฝนตกเพิ่ม โดยอำเภอที่มีน้ำท่วมหนักอย่างอำเภอดอนสัก กาญจนดิษฐ์ และท่าทอง วานนี้ระดับน้ำลดลงเหลือแต่ในพื้นที่ลุ่มอำเภอเกาะสมุย ยังมีน้ำท่วมที่ตำบลแม่น้ำ คาดว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะกลับสู่ภาวะปกติ
ด้านน้ำที่ท่วมพื้นที่เขตเทศบาลนครศรีธรรมราช ล่าสุดลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่อำเภอเมือง ท่าศาลา ขนอม และสิชล ระดับน้ำในทุ่งลดลงเหลือ 30-50 เซนติเมตร ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีก คาดว่าจะลดลงทั้งหมดภายใน 2 วัน
ขณะที่จังหวัดปัตตานี น้ำที่ท่วมพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ หนองจิก เมืองปัตตานี ยะหริ่ง และปะนาเระ บริเวณทุ่งใกล้ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ลดลง 30 เซนติเมตร คาดว่าภายใน 3-4 วันจะกลับสู่ภาวะปกติ
ด้านชลประทานจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ระดับน้ำที่อำเภอชนบท มัญจาคีรี บ้านไผ่ บ้านแฮด แวงน้อย แวงใหญ่ ลดลงวันละ 10 เซนติเมตร ขณะที่เขื่อนอุบลรัตน์ยังคงลดการระบายน้ำ เพราะไม่ต้องการให้น้ำเข้าท่วมอำเภอโกสุมพิสัยมากกว่านี้
ส่วนน้ำในแม่น้ำมูลซึ่งไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และเริ่มไหลเข้าสู่เขตอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานีเริ่มลดช้าลงจากช่วงก่อนหน้า แต่ชลประทานจังหวัดเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะแม่น้ำมูลในจังหวัดอุบลราชธานีมีหน้าตัดลำน้ำกว้าง และสามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้น้ำที่เอ่อท่วมพื้นที่หลายจังหวัดที่แม่น้ำมูลไหลผ่าน ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ค่อยๆ ลดลงด้วย
