อุตุฯ เตือนใต้ระวังฝนตกหนัก 9-14 พ.ย.
แม้ระดับน้ำตามแนวลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะลดลงบ้างแล้ว แต่ยังคงมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังต้องเร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นจุดที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภาคใต้ให้ระวังฝนตกหนักระหว่างวันที่ 9-14 พ.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ตั้งแต่วันที่ 9-14 พ.ย.นี้ พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชุมพร, จังหวัดสุราษฎร์ธานี, จังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดพัทลุง, จังหวัดสงขลา, จังหวัดปัตตานี, จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ที่จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านตอนล่างสุดของภาคใต้ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังการเกิดดินถล่มในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดินยังอุ้มน้ำ เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีน้ำล้นตลิ่งและไหลต่อเนื่องเข้าท่วมอำเภอเคียนซา และจะเข้าท่วมอำเภอพุนพินและอำเภอเมืองในวันนี้ (9 พ.ย.)
ส่วนที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอหัวไทร, อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอปากพนัง ยังมีน้ำท่วมขังค้างในทุ่ง 30-50 เซนติเมตร เช่นเดียวกับน้ำในลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งชลประทานจังหวัดคาดว่า หากฝนไม่ตกลงมาอีก น่าจะใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์จึงจะกลับสู่ภาวะปกติ
ส่วนข่าวลือว่าจะเกิดเหตุสึนามิขึ้นในปลายเดือนนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติยืนยันว่า ไม่มีใครสามารถพยากรณ์สึนามิล่วงหน้าได้ เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้เพียง 15 นาที หลังเกิดแผ่นดินไหวในทะเล และประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกต่อข่าวลือดังกล่าว เพราะขณะนี้ ยังไม่มีรายงานที่บ่งชี้ว่าจะมีปัจจัยให้เกิดสึนามิขึ้น
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะกรมชลประทานลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสัก และเขื่อนพระราม 6 แต่ในหลายพื้นที่ตลอดลุ่มน้ำยังมีน้ำขังอยู่อีกหลายจังหวัด เช่น ที่ทุ่งลำท่าแดง ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 อำเภอ คืออำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำยังเพิ่มสูงกว่า 2 เมตร แม้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงจนต่ำกว่าตลิ่ง
สำหรับปัญหาน้ำท่วมขัง กรมชลประทานเชื่อว่า จะสามารถระบายน้ำในทุ่งภาคกลางออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้นในวันนี้ (9 พ.ย.) หลังจากที่ต้องลดปริมาณการระบายน้ำ เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูงเมื่อวานนี้ (8 พ.ย.)
ส่วนที่ลุ่มน้ำชี น้ำชุดใหญ่ไหลเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดร้อยเอ็ดแล้ว และคาดว่าจะทรงตัวอยู่อย่างน้อย 7-10 วัน โดยจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบต่อไปคือจังหวัดยโสธร
ส่วนแม่น้ำมูล ระดับน้ำในจังหวัดบุรีรัมย์เริ่มลดระดับ แต่น้ำได้ไหลไปยังอำเภอราษีไศลและอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนที่อุบลราชธานี ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำทั้งลำน้ำมูลและลำน้ำชีแล้ว แต่ชลประทานจังหวัดอุบลราชธานียังเชื่อว่าระดับน้ำจะไม่สูงขึ้นไปมากนัก
