กฟน.ย้ายสายไฟลงใต้ดินเร็วกว่าแผนงาน 5 ปี-ใช้งบฯ 48,000 ล้านบาท

เศรษฐกิจ
19:28
จำนวนผู้ชม 1,679
 กฟน.ย้ายสายไฟลงใต้ดินเร็วกว่าแผนงาน 5 ปี-ใช้งบฯ 48,000 ล้านบาท
กฟน.จับมือหลายหน่วยงานย้ายสายไฟฟ้าลงใต้ดินใน กทม.เร็วกว่าแผนงาน 5 ปี รวม 127 กิโลเมตร รวม 39 เส้นทาง ใช้งบฯ 48,000 ล้านบาท ออกแบบแผนงานเสร็จกลางปี 2561

วันนี้ (29 มิ.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายหน่วยงานร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงตัวแทนจากการไฟฟ้านครหลวง และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสายสื่อสารโทรคมนาคม และการจัดจราจร ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ผลักดันโครงการย้ายสายไฟฟ้าจากบนดินลงสู่ใต้ดิน เพื่อมุ่งหวังให้กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครแห่งอาเซียน

 

ภาพประกอบข่าว  กฟน.ย้ายสายไฟลงใต้ดินเร็วกว่าแผนงาน 5 ปี-ใช้งบฯ 48,000 ล้านบาท



นายสมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า แผนงานการโยกย้าย และการก่อสร้างท่อวางสายไฟฟ้าใต้ดินในระยะแรก จะครอบคลุมระยะทาง 127 กิโลเมตร รวม 39 เส้นทาง มีงบประมาณดำเนินการประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นแผนงานระยะแรกจากแผนดำเนินการทั้งหมด 261 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณลงทุน 140,000 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เมื่อเดือนกันยายน 2558

สำหรับโครงการย้ายสายไฟฟ้าในปัจจุบันมีโครงการที่ย้ายสำเร็จแล้วหลายเส้นทาง เช่น บริเวณพื้นที่สีลม ปทุมวัน และจิตรดา ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการสุขุมวิท พหลโยธิน พญาไท และจุดสำคัญต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการอนุมัติอยู่ รวมแล้วกว่า 215.5 กิโลเมตร

สำหรับโครงการระยะแรกมีแนวโน้มว่าจะร่นระยะเวลาก่อสร้างจากเดิม 10 ปี เหลือ 5 ปี เพื่อให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งอาจต้องปิดช่องทางจราจรบางส่วนในช่วงกลาง โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ และต้องร่วมมือกันกับหน่วยงานหลายแห่ง เช่น สำนักงาน กสทช.ที่ดูแลสายสื่อสารโทรคมนาคม หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลงานด้านการจราจร

 

ภาพประกอบข่าว  กฟน.ย้ายสายไฟลงใต้ดินเร็วกว่าแผนงาน 5 ปี-ใช้งบฯ 48,000 ล้านบาท



สำหรับแผนงานขณะนี้ในปี 2559 จะอยู่ในช่วงการออกแบบศึกษาเส้นทางที่จะวางท่องสายไฟใต้ดิน ซึ่งการออกแบบคาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปี 2561 จากนั้น เป็นการหาผู้รับเหมาะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นบริษัทเดียวหรือเปิดเป็นหลายโครงการหาผู้รับเหมาหลายบริษัท เพื่อทำให้โครงการแล้วเสร็จทันภายใน 5 ปี ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มได้ในปี 2561

ทั้งนี้ การนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินแม้จะมีต้นทุนสูงกว่า และใช้เวลานานในการก่อสร้างนานกว่าสายไฟฟ้าบนดิน แต่จะทำให้ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครดูดีขึ้น รวมทั้งจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน เช่น ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูด, อุบัติเหตุที่เกิดจากรถเครนเกี่ยวสายไฟฟ้าหรืออุบัติเหตุจากกรณีรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าล้ม ทำให้เกิดไฟดับเป็นบริเวณกว้าง