" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/25363-imagejpeg-40022.jpg
พายุฝนที่พัดถล่มเกาหลีใต้สร้างความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วมและโคลนถล่มที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงโซล และในเมืองชุนชอน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 110 กิโลเมตร หน่วยกู้ภัยต้องระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ตามอาคารบ้านเรือนที่ถูกดินถล่มทับและในรถยนต์ที่ถูกน้ำพัดพาไป ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงถึง 36 คน รวมทั้งนักศึกษา 10 คน ซึ่งกำลังออกค่ายอาสาในเมืองชุนชอน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คนและสูญหายไปอีกจำนวนหนึ่ง อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก
กระทรวงฉุกเฉินของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมถนนหลายสายในกรุงโซลและในเมืองชุนชอน ชาวบ้านประมาณ 620 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัยและรถยนต์ได้รับความเสียหายอีก 100 คัน ขณะที่ผู้คนในกรุงโซลพากันโพสข้อความในอินเทอร์เน็ตตำหนิคณะผู้บริหารของเมืองที่ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือพายุฝน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในกรุงโซล และในพื้นที่ทางภาคเหนือต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้
ส่วนที่ฟิลิปปินส์ พายุโซนร้อนนกเต็นยังคงสร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้เกิดฝนหนัก น้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ทางภาคกลาง หลังพัดขึ้นฝั่งในจังหวัดอูโรร่าและเคลื่อนตัวเข้าถล่มพื้นที่ภูเขาทางตะวันออกของเกาะลูซอน น้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับถนนหนทาง เรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนในที่ลุ่ม ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 25 คน บาดเจ็บ 31 คนและสูญหายไปอีก 31 คน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากพายุอีก 645,000 คน
โรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยพายุต้องปิดการเรียนการสอน เรือข้ามฟากต้องหยุดให้บริการ แต่เที่ยวบินในประเทศในเส้นทางภาคกลางและภาคใต้กลับมาให้บริการได้ตามปกติหลังหยุดชะงักไปเมื่อวันอังคาร ขณะที่กรุงมะนิลาอาจได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากพายุนกเต็นเริ่มอ่อนกำลังลง และเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนเมื่อเย็นวานนี้
รัสเซียเป็นอีกประเทศที่ต้องเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรงจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุม ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในหลายพื้นที่ของเขตตะวันออกตอนไกล รวมทั้งสาธารณรัฐยาคูเทีย โคมิ และคาบารอฟสค์ เจ้าหน้าที่ต้องอพยพชาวบ้านประมาณ 60 คนออกจากหมู่บ้านในจังหวัดโวโกกราดหลังไฟป่าลุกลามเข้าใกล้ชุมชนและรางรถไฟ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเข้าสะกัดไฟอย่างเร่งด่วน
กระทรวงฉุกเฉินของรัสเซียเปิดเผยว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดไฟป่าทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35 ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยวิกฤตไฟป่าเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ชาวกรุงมอสโควก็ต้องหาทางคลายร้อน เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส
