จีน-เกาหลีใต้ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่

ต่างประเทศ
15:34
จำนวนผู้ชม 68
Thai PBS
จีน-เกาหลีใต้ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่

ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ เช่นเดียวกับพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของจีนซึ่งเผชิญกับพายุฝนรุนแรงทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จมอยู่ใต้น้ำ ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศถูกพายุไต้ฝุ่นนกเตนพัดถล่ม

พายุไต้ฝุ่นนกเตน ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนลูกที่แปดของปีนี้พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีนเมื่อวานนี้เวลา 17.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของมณฑลไหหลำคาดว่า จะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะที่เรือโดยสารทุกลำต้องหยุดให้บริการทางการต้องอพยพประชาชนกว่า 75,000 คนไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ขณะที่มณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศกำลังเผชิญกับพายุฝนรุนแรงโดยมีฝนตกตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีจนถึงเช้าวันศุกร์ ทำให้เมืองหัวหยางซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีวัดเก่าแก่อายุนับพันปีจมอยู่ใต้น้ำถนนหลายช่วงพังเสียหายและถูกน้ำท่วมปิดกั้นเส้นทาง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากทั้งสองมณฑล

ส่วนที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่เช่นกันหลังจากเกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทางตอนเหนือของประเทศทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และ สูญหายอีก 5 คน ทางการสั่งอพยพประชาชนเกือบ 400,000 คนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงในจังหวัดฟูกูชิม่า ซึ่งเผชิญกับแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วย โดยในเมืองมินามิ อูโอนูมะ ของจังหวัดนิกาตะ วัดปริมาณน้ำฝนได้ 562 มิลลิเมตรในช่วง 72 ชั่วโมง ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเมือง ส่วนบางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงกว่า 650 มิลลิเมตร

ขณะที่เกาหลีเหนือได้รับความเสียหายอย่างมากจากฝนตกหนัก โดยถนนหลายสาย อาคารบ้านเรือน และพืชผลทางการเกษตรราวกว่า 4,000ไร่ในจังหวัดฮวางเฮเหนือถูกน้ำท่วม เป็นผลมาจากระบบการระบายน้ำที่ไม่ดี และ ป่าไม้ถูกทำลายเป็นบริเวณกว้าง

ส่วนเกาหลีใต้เพิ่งผ่านพ้นจากช่วงฝนตกหนักที่สุดในเดือนกรกฎาคมในรอบศตวรรษ โดยทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 61 คน และสูญหาย 10 คน โดยมีการวิจารณ์ถึงการพัฒนาพื้นที่เนินเขาใกล้กับย่านที่พักอาศัยในกรุงโซลว่าไม่เหมาะสม มีการสร้างสวนสาธารณะและทางเดินป่า ทำให้พื้นดินไม่สามารถดูดซับน้ำได้ดี ส่งผลสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่ควรจะเป็น

ขณะที่อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของปากีสถานผ่านพ้นมาครบ 1 ปีแล้ว โดยประชาชนหลายแสนคนที่ได้รับผลกระทบยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอจากรัฐบาล ชาวปากีสถานกว่า 800,000 ครอบครัว ยังคงไม่มีที่พักอาศัยถาวร และอีกกว่า 1,000,000 คนยังขาดแคลนอาหาร