พา “ช้าง” แจ้งความเอาผิดกรมอุทยานฟ้องค่าเสียหาย 111 ล้านบาท

สิ่งแวดล้อม
08:03
จำนวนผู้ชม 852
Thai PBS
พา “ช้าง” แจ้งความเอาผิดกรมอุทยานฟ้องค่าเสียหาย 111 ล้านบาท
เจ้าของปางช้างอยุธยา เตรียมฟ้องเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเรียกค่าเสียหาย 111 ล้านบาท ฐานให้ข้อมูลว่าช้าง 2 ตัวใช้ตั๋วรูปพรรณปลอม

ความคืบหน้ากรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ "พญาเสือ" นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ "หัวหินทีค" สวนสัตว์ขนาดเล็กบนพื้นที่ราว 45 ไร่ใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบช้างสีดอชื่อ "พลายเกาะพยาเพ็ชร" และ "พลายทีจี" มีตั๋วรูปพรรณไม่ถูกต้อง จึงได้ทำการอายัดไว้เพื่อตรวจสอบและจะขนย้ายในภายหลัง

แต่หลังมีคำสั่งอายัด ช้างทั้งสองเชือกนี้กลับถูกย้ายจากหัวหินทีค ไปยังปางช้างใน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงจะแจ้งความดำเนินคดีกับควาญช้างในข้อหาลักทรัพย์ช้างของกลาง พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าของผู้ครอบครองช้างที่ไม่ถูกต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าล่าสุดวานนี้ (15 ธ.ค.2559) นายสุชาติ บุญศรี ทนายความ พร้อมด้วยนายเรียงทองบาท มีพันธุ์ และนางสาวลาดทองแท้ มีพันธุ์ เจ้าของช้าง นำพลายทีจี อายุ 5 ปี ที่กรมอุทยานแจ้งอายัดไว้ว่าเป็นช้างป่าสวมตั๋วรูปพรรณ ไปเข้าพบตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันพร้อมนำหลักฐานตั๋วรูปพรรณช้างทั้ง 2 เชือกไปมอบให้พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา

โดยนายเรียงทองบาทยืนยันว่าช้างทั้ง 2 เชือกมีที่มาถูกต้อง และที่ปางช้างมีการเพาะพันธุ์ช้างมานานปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 40 เชือก ส่วนพลายทีจี ก็มีหลักฐานตั้งแต่แม่คลอด ทางวังช้างอยุธยาและครอบครัวจึงต้อง แจ้งความไว้เป็นหลักฐานและเตรียมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ เป็นเงิน 111ล้านบาท

ภาพประกอบข่าว พา “ช้าง” แจ้งความเอาผิดกรมอุทยานฟ้องค่าเสียหาย 111 ล้านบาท

ด้านนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า การที่ชุดพญาเสือเข้าอายัดช้างดังกล่าว เป็นการอายัดก่อนที่จะมีการใช้มาตรา 44 ที่ให้ตรวจดีเอ็นเอช้างทั่วประเทศ ไม่ใช่การไล่ตรวจดีเอ็นเอเพื่อมาจับกุมช้างผิดกฏหมาย จึงขอให้ปางช้างที่ยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอเข้าใจ และไม่อยากให้ขัดขืนคำสั่ง คสช. ที่ต้องตรวจให้แล้วเสร็จก่อนเดือนมีนาคม ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดทางกฎหมายนี้

นายอดิศรกล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ ได้ตรวจดีเอ็นเอช้างไปเพียง 1,700 กว่าเชือก จากช้างบ้าน 3,500 เชือก หรือไม่ถึงร้อยละ 50 จึงไม่อยากให้นำเรื่องของการไล่ตรวจดีเอ็นเอจากเลือดช้างเป็นข้อต่อรอง เพราะการทำงานของชุดพญาเสือเป็นคนละส่วนกันกับการเก็บดีเอ็นเอที่จะใช้เป็นฐานข้อมูลช้างบ้านในประเทศไทย เพื่อเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อนเดือนมีนาคม 2560 ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดทางกฎหมาย