วันนี้ (4 เม.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบนถนนสายบ้านบูกิ๊ต -อ่าวมะนาว ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส ทำให้ต้นไม้ใหญ่จำนวนมากล้มทับสายไฟฟ้า ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าในหมู่บ้านดับนานกว่า 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตัดกิ่งไม้ออกจากถนนและบ้านเรือน รวมถึงเร่งซ่อมแซมเสาส่ง
เช่นเดียวกับที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เสาไฟฟ้าบริเวณปากซอย 2 ถนนศรีภูวนารถ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ล้มเพราะแรงลม ทำให้สายไฟฟ้าและสายเคเบิลเสียหาย ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เชิงเขา เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ทั้งนี้ คลื่นลมที่รุนแรง พัดบ้านเรือนและสถานประกอบการ ริมชายหาด ใน 6 อำเภอ ของ จ.ปัตตานี สร้างความเสียหายอย่างมาก ขณะที่เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กต้องหยุดออกทำประมงไม่แตกต่างกับชาวประมงพื้นบ้านใน ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต้องนำเรือขึ้นฝั่ง ป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
นายจำเริญทิพย์ พงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าและอุทกภัยฉุกเฉิน
ขณะที่ จ.กระบี่ อาสาสมัครแจ้งเตือนภัย ต.ทับปริก อ.เมือง เฝ้าระวังน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจาที่ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ หลังฝนตกหนักทำให้ปริมาณน้ำในคลองทับปริกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มมีสีแดงขุ่น ด้านอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เตือนให้นักท่องเที่ยว ระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่า
เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่เสี่ยงภัย หลังฝนตกหนัก สามารถวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดได้ 43 มิลลิเมตรใน อ.ดอนสัก ขณะที่ภาพรวมวันนี้ มีฝนตกประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่

