ประธานวุฒิสภาย้ำต้องสรรหา กสทช.ทันตามกรอบเวลา
การประชุมวุฒิสภานัดแรกของสมัยประชุมรัฐสภาสามัญทั่วไปมีวาระพิจารณาสำคัญคือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 44 คน ก่อนจะให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเลือกผู้ที่เหมาะสม 11คน เป็นกรรมการ กสทช.
สมาชิกวุฒิสภาบางคนได้เสนอที่ประชุมให้เลื่อนกระบวนการสรรหา กสทช. ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องตำแหน่งที่มาของกรรมการสรรหา ซึ่งมีผู้ร้องเรียนว่าขัดรัฐธรรมนูญ และมีการแทรกแซงกระบวนการสรรหา
ขณะที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา กล่าวก่อนประชุม กรณี ส.ว.บางคนท้วงติงในประเด็นการสรรหาที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ส่วนใหญ่มาจากองค์กรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดย พล.อ.ธีรเดช ยืนยันว่า กระบวนการดังกล่าวถือว่าผ่านขั้นตอนไปแล้ว ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตรวจสอบ ส่วนขั้นตอนขณะนี้วุฒิสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด คือ 60 วันนับตั้งแต่ได้รับชื่อ ซึ่งจะครบในวันที่ 11 ก.ย.นี้
ที่ประชุมวุฒิสภายังมีวาระพิจารณากรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องให้วุฒิสภามีมติให้นายภักดี โพธิ์ศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ้นจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 248
และในช่วงบ่าย นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมประชุมเพื่อจัดสรรคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ ตามสัดส่วน ส.ส.ของแต่พรรคการเมือง แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 19 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 11 คณะ พรรคภูมิใจไทย 2 คณะ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล พรรคละ 1 คณะ
