เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

สังคม
11:35
จำนวนผู้ชม 2,187
เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ
ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ประสบการณ์การใช้บริการตั่วร่วมใบเดียว จากคนไทยทั้งในประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยอมรับตรงกัน ช่วยอำนวยความสะดวก เชื่อมต่อการเดินทาง และมีราคาถูกกว่าใช้รถยนต์ หลังไทยเพิ่งเปิดตัวใช้บัตรแมงมุมวันแรก

วันนี้ (22 มิ.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) เริ่มนำระบบตั๋วร่วมที่เรียกว่า “บัตรแมงมุม”มาใช้งาน โดยเริ่มแจกบัตร 200,000 ใบครั้งแรก ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์การใช้ตั๋วร่วมระบบขนส่งมวลชนในต่างประเทศที่มีการใช้งานหลากหลาย 

นายศิวาวุธ วันนา นักจัดรายการวิทยุ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น บอกถึงประสบการณ์การใช้บัตรโดยสารร่วม 2 ใบที่ใช้เดินทางภายในญี่ปุ่นคือ Suica และ Pasmo โดยบอกว่าทุกครั้งที่ไปเที่ยวจะซื้อบัตรโดยสาร เนื่องจากสามารถนำมาใช้งานกับระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทในเมืองโตเกียว คือรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์วิ่งในเมือง รวมทั้งใช้บัตรแทนเงินสดในการซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายของบัตรที่ใช้ ทำให้สะดวกสบายในการใช้งาน

ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ
ชอบการใช้งานบัตรตั๋วร่วมของญี่ปุ่น เพราะสะดวกมาก เพียงแค่ใช้บัตรโดยสารแปะตรงเครื่องสแกนได้ทุกสถานีรถไฟ และทุกการให้บริการที่เป็นเจ้าของบัตร ทำให้นักท่องเที่ยว ไม่ต้องซื้อบัตรหลายใบเพราะบัตรใบเดียวก็ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ลงใต้ดิน และซื้อของ และยังแอปพลิเคชันมาฝังในมือถือ โดยไม่ใช้บัตรก็ได้ 

นายศิวาวุธ บอกว่า ถ้าเทียบราคาการใช้บริการ มองว่าราคาไม่แพงเกินไปเพราะขั้นต่อเติมเงินประมาณ 1,000 เยน และแต่ละสถานีอัตราค่าโดยเฉลี่ยประมาณ 200 เยนหรือ 60 บาท นอกจากนี้ เขามีทางเลือกให้นักท่องเที่ยว สามารถซือตั๋วโดยสารร่วมแบบ 3 วัน 5 วันและ 7 วัน ที่สำคัญระบบเขาเชื่อมโยงกันทั้งในและนอกเมืองทำให้สะดวกต่อการเดินทางมากขึ้น  

ส่วนระบบตั๋วแมงมุมใบแรกของไทยภาพรวมสนับสนุนว่าควรมีมานานแล้ว เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวกเชื่อต่อระบบขนส่งมวลชน แต่เท่าที่ทราบยังมีปัญหาเชื่อมกับทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งจุดนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาและทำให้ผู้ใช้ตั่วร่วมต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมันยังไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง

 

ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

ระบบตั๋วร่วม "ออสเตรเลีย"ราคาถูกกว่าค่าจอดรถ

นายติณระวัฒน์ บัญญัติ นักศึกษาชาวไทยในนครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กล่าวว่า ในประเทศออสเตรเลียแต่ละรัฐจะมีระบบตั๋วร่วมของตัวเอง สามารถใช้ได้กับขนส่งมวลชนทุกประเภท แต่จะไม่สามารถใช้ข้ามรัฐได้ เช่นของเมลเบิร์น กับซิดนีย์จะเป็นคนละระบบ โดยจะสามารถใช้งานได้ในเฉพาะรัฐ เช่น ซิดนีย์จะคิดค่าโดยสารตามระยะทาง ขณะที่เมลเบิร์นจะคิดเป็นโซน

 

ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

 

การเดินทางในเมลเบิร์น จะเป็นระบบเชื่อมโยงการเดินทาง ทั้งรถไฟ (Metro Trains Melbourne) รถราง (Yarra Trams) และรถเมล์ (Transdev Melbourne) โดยแบ่งเป็นโซนในการคิดค่าโดยสารเช่นในเมือง และปริมณฑล อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ 4-8 ดอลลาร์ เพดานราคาสูงสุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 8.60 ดอลลาร์ โดยบางเส้นทางจะให้บริการตลอด 24 ชม. ซึ่งอาจมีปัญหาหรือรถล่าช้าบ้างประมาณ 5-15 นาที

 

ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

 

เนื่องจากขณะนี้มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟ นอกจากนี้ทั้งรถไฟ รถราง และรถเมล์จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการด้วย การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวกสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ขณะที่การใช้รถยนต์ส่วนตัวจะมีค่าจอดรถที่ค่อนข้างสูงโดยราคาที่จอดรถจะแตกต่างกันเช่น ช่วงเวลาทำงานจะได้อัตราค่าจอดแบบ (Early Bird) โดยเข้าก่อน 10.00 น. ออกก่อน 17.00 น.จะอยู่ที่ราว 10-20 ดอลลาร์ ซึ่งยิ่งใกล้ตัวเมืองราคาจะยิ่งสูง โดยเฉพาะการเข้ามาทำธุระเช่น ช้อปปิ้ง ดูหนัง ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

ประชาชนส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน เพราะราคาที่ถูกกว่า หากเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งในเขตเมืองที่จอดรถจะหายาก และราคาแพง ชม.ละ 3-4 ดอลลาร์ ซึ่งหากทำธุระเป็นเวลานานราคาอาจจะสูงไปที่ 10-15 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าแพงมาก คนส่วนใหญ่จึงมักที่จะใช้ระบบรถสาธารณะ
ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

อำนวยความสะดวกครบจบบัตรเดียว

น.ส.ดุษณี สระเพ็ชร นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระบุว่า ที่ประเทศเกาหลีมีการใช้บัตร ทีมันนี่การ์ดกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นบัตรสำหรับการคมนาคมที่สะดวกสบายมาก บัตรเดียวใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ โดยไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วรถไฟทีละครั้งๆ หรือต้องคอยนับเหรียญหย่อนลงกล่องบนรถเมล์ รวมทั้งใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อได้ และถ้าใช้ทีมันนี่การ์ดจะมีราคาถูกกว่าจ่ายด้วยเงินสดอีกด้วย

สำหรับราคาค่าโดยสารที่เกาหลีนั้นถือว่าถูกมาก หากใช้ทีมันนี่การ์ดขึ้นรถไฟราคาเริ่มต้นที่ 1250 วอน หรือประมาณ 37 บาท ส่วนรถเมล์ ราคาอยู่ที่ 1200 วอน หรือประมาณ 35 บาท ยกเว้นรถเมล์ออกนอกเมือง ไปชานเมืองที่ไกลก็จะเริ่มต้นราคาต่างกัน แต่มีปัญหาอยู่บ้าง

 

ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

 

เนื่องจากเกาหลีมีสายรถไฟจำนวนมาก หากต้องการไปสถานที่ใหญ่ๆ หรือเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญนั่งรถไฟไปถึงได้เลยในต่อเดียว แต่หากไปสถานที่ทั่วไปแล้วต้องเปลี่ยนสายก็จะเสียเงินเพิ่ม 100 - 200 วอน หรือประมาณ 3-6 บาท ตามแต่สถานี ถ้าบางที่ที่รถไฟไปไม่ถึง ก็สามารถต่อรถเมล์ได้ ซึ่งถ้าเปลี่ยนจากรถเมล์ไปรถไฟ หรือรถเมล์สายนึงไปอีกสายนึงภายใน 30 นาที ผู้โดยสารจะไม่เสียค่าเดินทางเพิ่มอีกด้วย

สำหรับประเทศที่ที่จะมีบัตรแมงมุม คิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะชอบการคมนาคมที่เกาหลีมาก ถ้าที่ไทยทำได้แบบเดียวกัน ก็จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเยอะเลย ถือบัตรเดียวขึ้นได้หมดเลย
ภาพประกอบข่าว เทียบบัตรตั๋วร่วมโดยสารไทย-ต่างประเทศ

 

ส่วน น.ส.เรืองทิพย์ ผิวมะลิ นักศึกษาสถาบันภาษาเมนโทรา กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ที่สหรัฐฯ มีบัตรที่ใช้ในการคมนาคม เรียกว่า เมโทรการ์ด โดยสามารถใช้โดยสารรถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ได้ เฉพาะในเมืองและรัฐใกล้เคียงเท่านั้น โดยส่วนตัวอาศัยอยู่ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ ต้องเดินทางไปเรียนหนังสือในเมืองวอชิงตัน ดีซี ก็สามารถใช้บัตร เมโทรการ์ดนี้โดยสารไปได้ ด้วยค่าโดยสาร 5 เหรียญ หรือประมาณ 150 บาท

สำหรับบัตรเมโทร การ์ดนี้สามารถซื้อได้ที่สถานีรถไฟหรือสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป โดยราคาจะอยู่ที่ 2 เหรียญ หรือประมาณ 60 บาท ซึ่งรู้สึกว่าราคาแพงมากถ้าคิดเทียบกับเงินไทย แต่มีเพื่อนใช้บัตรแบบเดียวกันที่นิวยอร์ก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 30 บาท ซึ่งถูกกว่ามาก แต่ไม่สามารถใช้ข้ามเมืองได้ แต่โดยรวมถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มาก ถ้าประเทศไทยทำได้แบบนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

พรุ่งนี้! ดีเดย์ใช้จริง "บัตรแมงมุม" ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีน้ำเงิน

"บัตรแมงมุม" ใช้งานอย่างไร!

ผู้โดยสารหวัง “บัตรแมงมุม” เชื่อมโยงทุกระบบ