ทางออก“ไนท์ซาฟารี” ตั้งเป็นบริษัทลูกภายใต้บอร์ดสวนสัตว์

สิ่งแวดล้อม
12:23
จำนวนผู้ชม 3,422
ทางออก“ไนท์ซาฟารี” ตั้งเป็นบริษัทลูกภายใต้บอร์ดสวนสัตว์
พล.อ.สุรศักดิ์ เปิดทางออกการบริหารงาน“ไนท์ซาฟารี”หลังมีมติคณะรัฐมนตรีควบรวมภายใต้องค์การสวนสัตว์ โดยอาจใช้รูปแบบตั้งเป็นบริษัทลูกภายใต้บอร์ดองค์การสวนสัตว์ ยืนยันบุคลากรไม่ถูกลอยแพ

วันนี้ (5 ก.ย.2561) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีปัญหาการโอนย้ายไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ไปอยู่ในองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทำให้พนักงานกว่า 300 คนห่วงถูกลอยแพ โดยระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบในการรองรับ ซึ่งไม่มีกำหนดระยะเวลากำหนดว่าจะย้ายไปควบรวมกันเมื่อไหร่ 

โดยทางออกหลังจากโอนย้ายไปแล้ว อาจจัดตั้งบริษัทลูกภายในบอร์ดองค์การสวนสัตว์ แต่ยังต้องหารูปแบบที่เหมาะสม  เพื่อให้ไนท์ซาฟารี ซึ่งขณะนี้การบริหารงานต้องหารายได้เข้าไนท์ซาฟารีได้เอง ทั้งนี้อาจออกกฎหมายรองรับ

 

ภาพประกอบข่าว ทางออก“ไนท์ซาฟารี” ตั้งเป็นบริษัทลูกภายใต้บอร์ดสวนสัตว์

 

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ไนท์ซาฟารี มีพิงนคร เป็นผู้ดูแลบริหารไนท์ซาฟารีและศูนย์ประชุมเชียงใหม่ ซึ่งการโอนย้ายอาจต้องล่าช้า เพราะในรายละเอียด ทั้งเรื่องของฝ่ายบุคคล งบประมาณรวมกันทั้ั้งหมดไม่ได้แยกออกจากกัน หากจะโอนย้ายมาควบรวมต้องมีความชัดเจนตรงนี้ก่อน ถ้ามีความพร้อมตรงนี้จะง่าย 

หากจะโอนย้ายมายืนยันว่าจะไม่กระทบกับบุคลากร ธุรกิจกิจการต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งจะไม่ให้คนถูกลอยแพอย่างแน่นอน และไม่ต้องการทำให้เกิดความเดือดร้อน
ภาพประกอบข่าว ทางออก“ไนท์ซาฟารี” ตั้งเป็นบริษัทลูกภายใต้บอร์ดสวนสัตว์

สำหรับการโอนย้ายไนท์ซาฟารี มาควบรวมกับองค์การสวนสัตว์ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2560

ล่าสุดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอาหารสัตว์ส่งไนท์ซาฟารี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอเพิกถอนมติ คณะรัฐมนตรี วันที่ 13 มี.ค. 2561 ในการแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เพราะเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฏหมาย และ บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งมีคุณสมบัติต้องห้าม แต่ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง ทำให้กลุ่มชาวบ้านเตรียมยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

300 ชีวิตห่วงถูกลอยแพหลัง "ไนท์ซาฟารี" ควบรวมสวนสัตว์