"สามารถ" มั่นใจนโยบายรัฐบาลใหม่หนุนไอทีก้าวกระโดด ไม่หวั่นข้อครหาพัวพันการเมือง

เศรษฐกิจ
19:36
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
 "สามารถ" มั่นใจนโยบายรัฐบาลใหม่หนุนไอทีก้าวกระโดด  ไม่หวั่นข้อครหาพัวพันการเมือง

ไม่ว่าจะพรรคใดมาเป็นรัฐบาล มั่นใจที่ผ่านมาทำธุรกิจในรูปแบบพ่อค้ามาโดยตลอด วาดเป้าปีหน้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAMART กล่าวว่า มั่นใจว่ารัฐบาลทุกยุคทุกพรรค ก็ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งนั้น ซึ่งไม่ว่าจะการเมืองใดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็จะไม่ส่งผลต่อแผนธุรกิจ หรือแม้แต่โครงการ 3จี ที่ได้เซ็นสัญญากับ บมจ.ทีโอที ไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเร่งดำเนินการ เพราะจากการหาเสียงของพรรคการเมือง ต่างมีนโยบายเน้นบรอดแบนด์แห่งชาติ บริการ 3จี ไว-ไฟ ไว-แม็กซ์ ด้วยกันทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปี 2554 เทคโนโลยี 3จี เกิด อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่ประกาศมาว่าจะแจกแท็ปเลทเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานอย่างทั่วถึงและครอบคลุมประเทศตามเป้าหมายก็จะมีราคาที่ถูกลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีหน้าราคาแท็ปเลทจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 พันบาท ซึ่ง สามารถได้เตรียมที่ออกแท็ปเลท แอนดรอยด์ ในราคาประมาณ 7 พันบาท เพื่อตอบรับกับกระแสการใช้งานในปัจจุบัน อีกทั้ง บริษัทก็มีคอนเท้นต์ที่รองรับแฮนเซสที่ทำรายได้แต่ละปีหลัก 1,000 ล้านบาท ซึ่งหักจากโอเปร์เรเตอร์ ซึ่งนับวันยิ่งมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ส่วนตัว ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับบริษัท เพราะเราเองก็พอค้า จากนโยบายหลายๆ นโยบายนั้น ต้องการใช้ไอทีเข้ามาช่วย ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ การประมูลโครงการต่างๆ ที่ดำเนินมาก็ต้องค้าขาย อีกทั้งผู้เล่นในตลาดไอทีก็มีไม่กี่ราย อีกทั้งยังต้องมาความชำนาญ ซึ่งเราเองได้ทำธุรกิจนี้มานานและมีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ไว้วางใจของทุกภาคส่วน” นายวัฒน์ชัย กล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัท มีแผนเข้าประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ อาทิ กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนครหลวง กรมที่ดิน โครงการโครงข่ายอัจฉริยะ (เอ็นจีเอ็น) ที่เป็นโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องดำเนินการที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ รวมมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะได้เซ็นสัญญามากกว่า 30% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด

ทั้งนี้ ยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำให้งานประมูลบางโครงการล่าช้าลง โดยโครงการวางระบบไอทีต่างๆ กระจุกตัวมาตั้งแต่ช่วงการปฏิวัติ ไม่มีงบประมาณสำหรับการวางระบบไอซีทีของประเทศ แต่ปัจจุบันการขยายบริการเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นต่อการแข่งขันในเวทีโลก ดังนั้น รัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใดก็ไม่กระทบกับธุรกิจ เนื่องจากทุกพรรคได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี

นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า สามารถ ดำเนินธุรกิจการค้าขาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทั้งออกหน้า หรือเป็นนอมินี การที่กลุ่มสามารถ ถูกโยงไปเกี่ยวกับการเมืองไม่ใช่เรื่องแปลก บริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมอื่นก็เป็นเช่นเดียวกัน ต่างกันตรงที่โทรคมนาคมมีผู้เล่นในตลาดน้อย เพราะวงการนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องได้รับสัญญาสัมปทาน หรือใบอนุญาต จึงทำให้คนที่อยู่ในตลาดมักถูกมองเป็นรายใหญ่ที่เกี่ยวพันกับการเมืองซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก

“มีเป้าหมายที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโตยั่งยืน ด้วยรายได้ประจำที่ต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมองการเติบโตระยะยาว โดยบริษัท คาดการณ์รายได้รวมปีหน้า ไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งครึ่งปีหลังจากนี้ไปจะต้องพยายามคงระดับการเติบโตให้ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 40%” นายวัฒน์ชัย กล่าว