ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบเหตุ 2 ต่างชาติเสียชีวิตคาห้องกักตัว ตม.

อาชญากรรม
11:24
จำนวนผู้ชม 605
Thai PBS
ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบเหตุ 2 ต่างชาติเสียชีวิตคาห้องกักตัว ตม.
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณีชายต่างชาติ 2 คนเสียชีวิตภายในสถานกักตัวคนต่างด้าว เบื้องต้นแพทย์คาดเกิดจากโรคชรา

วันนี้ (24 ต.ค.61) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีผู้ต้องกัก 2 คน เสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ว่า ได้รับรายงานจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ ว่า เมื่อวันที่ ( 23 ต.ค.61 ) เวลา 21.30 น. ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นชายต่างชาติภายในสถานกักตัวคนต่างด้าว (ตม.) เพื่อรอการส่งกลับประเทศเดิม ได้แก่ นายสาคี ไม่ทราบนามสกุล อายุ 55 ปี สัญชาติกัมพูชา และนายโรแบต ไม่ทราบนามสกุล อายุ 72 ปี สัญชาติเวียดนาม เสียชีวิตเมื่อเวลา 21.00 น. ภายในห้อง 14B ห้องผู้ป่วยชาย ตม.สวนพลู

พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, พนักงานอัยการ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี ทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป และรายงานให้สถานทูตเอกอัครราชกัมพูชา และเวียดนาม (ประจำประเทศไทย) รับทราบ พร้อมส่งศพไปชันสูตรพลิกศพ หาสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เบื้องต้นแพทย์นิติเวช สันนิษฐานถึงสาเหตุการเสียชีวิตของทั้ง 2 คนว่าเกิดจากโรคชรา

คดีนี้พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา กรณีที่เสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ซึ่งการชันสูตรพลิกศพในระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่นั้น พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับพนักงานอัยการ พนักงานฝ่ายปกครอง ในท้องที่ที่ศพ เป็นผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพ ตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนดแล้ว ส่วนระยะเวลาในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพนั้น พนักงานอัยการร่วมกับพนักงานสอบสวน ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายใน 90 วัน

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว โดยกำชับให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพในระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่ ด้วยความรอบคอบ สอบสวนให้สิ้นกระแสความในทุกประเด็น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โปร่งใส และสามารถตอบคำถามสังคมได้ รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสนับสนุนหาข้อมูลพยานหลักฐานที่มีความเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวในทุกมิติแก่พนักงานสอบสวน ดำเนินการบูรณาการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบและมีความน่าเชื่อถือ