ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

ภัยพิบัติ
19:48
จำนวนผู้ชม 59,853
 ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก
คลื่นลมที่รุนแรงจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก ทำให้ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เร่งขนย้ายเรือขึ้นฝั่งและอพยพไปอยู่ที่บ้านญาติ ขณะที่หลายอำเภอริมฝั่งทะเลเตรียมพื้นที่รองรับการอพยพแล้ว

วันนี้ (2 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝันร้ายจากพายุแฮเรียตที่พัดเข้าฝั่งเมื่อ 57 ปีก่อน ทำให้ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ต้องอยู่อย่างหวาดผวาในวันนี้ หลังมีการแจ้งเตือนการพัดเข้าหาฝั่งของพายุโซนร้อนปาบึก ตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ชาวบ้านจึงเร่งขนย้ายเรือขึ้นฝั่ง เพราะเกรงว่าจะถูกคลื่นซัดพังเสียหาย ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางคน ซึ่งบ้านอยู่ติดริมทะเล ต้องอพยพไปอยู่ในบ้านญาติ ซึ่งอยู่ห่างออกไป เพราะเกรงว่าจะเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่เหมือนเมื่อ 57 ปีก่อน

ไม่แตกต่างไปจากความกังวลของชาวบ้านหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช คลื่นที่สูงเกือบ 3 เมตร ได้ซัดเข้าหาฝั่งอย่างรุนแรง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางการจะนำแนวหินมาสร้างเป็นแนวกั้นคลื่น แต่คลื่นลมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านบางคนที่บ้านติดริมหาดเร่งขนย้ายข้าวของ ขณะที่ทางอำเภอได้จัดเตรียมสถานที่และแผนสำรอง เพื่ออพยพผู้คนหากสถานการณ์เลวร้ายลง

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

คลื่นลมที่รุนแรงตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ทำให้ตลอดแนวริมหาดตั้งแต่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ยาวมาจนถึง อ.หัวไทร และ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีลมแรงและคลื่นสูง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากคลื่นสูง

หมู่บ้านชาวประมง ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่แรกจะได้รับความเสียหาย หากเกิดพายุปาบึกพัดเข้าสู่พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เช่นเดียวกับปี 2505 หรือเมื่อ 57 ปีก่อน ที่ชาวแหลมตะลุมพุก ถูกพายุโซนร้อนแฮเรียตพัดถล่ม การแจ้งเตือนพายุปาบึก จึงทำให้ชาวบ้านแหลมตะลุมพุกที่เคยเผชิญกับความรุนแรงของภัยธรรมชาติในครั้งนั้น ต่างมีความกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

ภาพประกอบข่าว  ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก เร่งอพยพหนีพายุโซนร้อนปาบึก

 

แต่สิ่งที่ชาวบ้านกำลังหวาดหวั่น คือการป้องกันทรัพย์สินมีค่าที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน อาจเป็นเรื่องเร่งด่วน สำหรับการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้กับภัยธรรมชาติ ท่ามกลางหมู่บ้านที่ถูกปิดประตู หน้าต่าง ติดตั้งผ้าใบป้องกันลม พร้อมติดตามการแจ้งเตือนสภาวะอากาศ แต่ยังไร้เจ้าหน้าที่เข้าเตือนภัย หรือตั้งจุดอพยพ เคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย ความรู้สึกโดดเดี่ยว สำหรับหมู่บ้านกลางทะเลแห่งนี้ ยังคงมีให้เห็น

สำหรับการเตือนภัยในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กองทัพภาคที่ 4 กำลังจัดเตรียมความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ การกู้ภัยทั้งกำลังพลหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบหรือในเขตพื้นที่เกิดภัยได้ทันที

ทั้งนี้ เหตุการณ์พายุโซนร้อนแฮเรียตพัดถล่มชาวบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 ทำให้กับชาวบ้านเสียชีวิตกว่า 900 คน สูญหายกว่า 40 คน และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก และถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของไทย จนเป็นที่มาของการก่อตั้งขึ้นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้นเป็นแห่งแรก