ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

สิ่งแวดล้อม
19:00
จำนวนผู้ชม 2,441
ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้
พล.อ.สุรศักดิ์ กำชับตรวจสอบประวัติคนจะเข้าทำงานกรมป่าไม้ หลังพบมีพนักงานและลูกจ้าง กรมป่าไม้ เอี่ยวขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ขณะที่ยังเร่งแก้กฎหมาย 5 ฉบับครอบคลุมป่าไม้ ที่ดิน สัตว์ป่า ป่าชุมชน ให้คนอยู่ในป่าอนุรักษ์ พร้อมตั้งคปช.ร่างแผนแม่บทป่าไม้

วันนี้ ( 9 ม.ค.2562) กรณีพนักงานและลูกจ้างของกรมป่าไม้ ถูกไล่ออกจำนวน 6 คน เนื่องจากเกี่ยว ข้องกับขบวนการค้าไม้พะยูงขายนายทุนจีน ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยอมรับว่า วันนี้ยังคงตรวจพบเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ลูกจ้าง พนักงานของกรมป่าไม้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้ ส่วนจะเกี่ยวข้องมาก่อนจะมาทำงานที่กรมป่าไม้ หรือมาแล้วพบช่องทางทำผิดหรือไม่

เบื้องต้นสั่งการนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ว่าจะต้องเข้มงวดและเน้นย้ำไปทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ ให้ตรวจประวัติคนที่จะเข้ามาอยู่ทำงานกับกรมป่าไม้มากขึ้น

ทั้งนี้การที่มีคนของกรมเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยในอดีตก็คงมีอยู่แต่จับตัวได้ยาก เพราะการเคลื่อนย้ายไม้ต้องมีกระบวนการการซุกซ่อน ทำให้ตามจับยาก ส่วนตอนนี้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เรามั่นใจในการจับกุมขบวนการง่ายขึ้น มีการย้อนรอยเครือข่าย เช่น เครือข่ายนางมู่หลาน ที่ขยายไปมากขึ้นจนทำให้พบว่ามีคนหลายกลุ่มที่เข้าร่วมในกระบวนการนี้ และบางส่วนพบว่าเป็นคนกรมป่าไม้ ก็สั่งให้ไล่ออกและดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

 

ภาพประกอบข่าว ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

 

ตั้งคปช.ร่างแผนแม่บทป่าไม้ครั้งแรก


นอกจากนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาล ยังแก้ปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นระบบ โดยตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ (คปช.) จำนวน 29 คน  โดยมีหน้าที่ในการจัดทำร่างนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนแม่บทการป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนแม่บทฯ ทั้ง 14 คน และให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี  และร่างแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติจะมีการทบทวนทุกๆ 3 ปี

โดยในกระบวนการนี้ จะมีการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ สัตว์ป่าและอุทยาน และพ.ร.บ.ป่าชุมชน รวมทั้งหมด 5 ฉบับ เพื่อกำหนดบทบาทและทิศทางงานป่าไม้ โดยหวังว่าจะหยุดการบุกรุกป่าไม้ทำลายป่า ขณะนี้กฎหมายแต่ละฉบับมีความคืบหน้าไปมากแล้ว

ยอมรับว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา ป่าไม้เคยลดลงปีละ 1 ล้านไร่ และหยุดเลือดไหลด้วยการเข้าไปลาดตระเวน และบังคับใช้กฎหมายจนเหลือ 30,000 ไร่ใน 2 ปีแรก และตอนนี้ก้าวมาสู่การจัดให้คนอยู่ในป่าได้ แต่จะต้องแก้ไขกฎหมายโดยใช้คำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 รองรับการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ยากไร้ 
ภาพประกอบข่าว ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

 

แก้กฎหมาย 5 ฉบับเดินหน้าคนอยู่ในป่าอนุรักษ์


สำหรับกฎหมายทั้ง 5 ฉบับประกอบด้วย 1.นโยบายที่ดินแห่งชาติ ขณะนี้อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าไม่นานนี้จะมีผลบังคับใช้ สาระสำคัญคือให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ อำนาจหน้าที่กำหนดกรอบกฎหมายแก้ปัญหาที่ดินรัฐทุกประเภท ที่ป่า ที่ราชพัสดุ ที่นิคม และถ้าเกิดความขัดแย้ง ระหว่างที่ดินรัฐกับรัฐ รัฐกับประชาชน กำหนดมาตรการเยียวยาประชาชน คณะทำงานชุดนี้จะมีกฎหมายรองรับ

2.ปรับแก้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 รวมทั้ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 ซึ่งเดิมกฎหมายไม่อนุญาตให้คนอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ได้เลย แต่ของใหม่ที่เราจะแก้ปัญหาคือ ชุมชนที่อยู่มาก่อน 2,700 ชุมชนพื้นที่ประมาณ 5.9 ล้านไร่ เราจะยินยอมให้อยู่ แต่ไม่มีการอนุญาตให้ใหม่ รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษเกี่ยวกับสัตว์ป่า ในพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

 

ภาพประกอบข่าว ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

 

4. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เรื่องการยกเลิกไม้หวงห้าม โดยที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชน ที่ปลูกไม้หวงห้าม ถือเป็นสิทธิของประชาชน ตัดขายได้โดยไม่ต้องอนุญาตเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่ไม่อนุญาต และยังจะขยายไปในที่ดินอนุญาตในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในสนช.คาดว่าเดือนก.พ.นี้ น่าจะมีผลบังคับใช้

5.พ.ร.บ.ป่าชุมชน ซึ่งใช้เวลามา 30 ปีอยู่ใน ขั้นการพิจารณาของ สนช. ทั้งนี้คาดหวังว่าถ้าปรับแก้กฎหมายทั้ง 5 ฉบับแล้ว สิ่งที่ปฏิรูปคือพื้นที่ขัดแย้งในอดีต จะเป็นพื้นที่ได้รับอนุญาต และไม้หวงห้ามจะเกิดอุตสาหกรรมป่าไม้ในอนาคต และต้องหารือกับกระทรวงพานิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถส่งออกไม้ เช่นกรณีไม้สักด้วย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเบื้องหลัง !แกะรอย จนท.ป่าไม้เอี่ยวขบวนการค้าไม้พะยูง

ไล่ออก! 6 จนท.ป่าไม้เอี่ยวฟอกไม้พะยูงขายนายทุนจีน